วันพุธที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2553

(Heroine) ที่นี่ไม่มีนายเอก ฉากเจ็ดสิบเก้า

เปรียบหนึ่งบุษบกลอยคอในวารี    ชลธีไหลผ่านมาม่านน้ำใส


เหล่ามัจฉาแลนกกาคอยตอดใย    กลีบร่วงใบเน่าเหม็นก็โรยรา

เปรียบสองดังโคถึกที่ก้มหัว          เห็นแต่ตัวแลเงาไม่รู้ค่า

หลักตรงไหนวนรอบเห็นเท่าตา    แพรกพฤกษายังหน่ายเจ้าควายเอย

เปรียบสามดังวานรที่ได้แก้ว       ถึงเพริศแพร้วระยับค่าไม่ชื่นเฉย

ขว้างปาไปในป่าเมินเสียเลย       เพราะไม่เคยเห็นค่าของแก้วนิล

เปรียบสี่ดังมนุษย์ผู้ขลาดเขลา   เอาตัวเราเป็นที่ตั้งใฝ่ถวิล

หาของรักคว้าตามใจมุ่งลงดิน   ไร้แล้วสิ้นปัญญาจะครองตัว


"ภูมิให้พี่ปล่อยเลยไหม พี่ว่าน่าจะปล่อยได้แล้วนะ จะกระทืบก็กระทืบให้มันจมดิน"

ทันเองโทรศัพท์กลับมาหาภูมิบุญหลังจากที่ขับรถหนีพีทมา

"พี่ทันส่งให้ภูมิหน่อยได้ไหมครับ อยากให้ใครสักคนได้ดู"

ภูมิบุญแสยะยิ้มออกมา

"ไม่ได้อยากทำแบบนี้นะครับพี่ทัน บอกแล้วอย่าบังคับภูมิ"

พอได้รับข้อความเป็นรูปแบบวีดีโอจากทัน ภูมิบุญก็เปิดดู เบะปากกับสิ่งที่เห็นดูไม่จบ ทำใจไม่ได้ แค่อยากเห็นว่าหน้าของคนๆนั้นมันชัดเจนอยู่หรือไม่ ทันเองถ่ายวีดีโอได้ดีเสียจริง ภาพซูมเน้นหน้าตาของอีกฝ่ายมันชัดเจนยิ่งนัก ภูมิบุญถ่ายข้อมูลลงคอมพิวเตอร์ทันที แต่ยังไม่ได้ทำอะไรเก็บไว้เป็นไม้เด็ด

"ภูมิ ออกมาเจอพี่หน่อยสิ พี่อยากจะคุยด้วย"

พอไปที่ทำงานแทนทวีก็โทรศัพท์เข้ามาหาภูมิบุญแต่เช้า

"ครับ มีอะไรหรอครับพี่แทน"

"เรื่องเมื่อคืนน่ะภูมิ พี่อยากจะเคลียร์ให้มันรู้เรื่อง"

"เรื่องอะไรครับ เคลียร์ไปแล้วนี่ครับ"

"มันไม่จบนะภูมิ ภูมิทำเกินไปนะ ลงมาคุยกับพี่ พี่รออยู่ที่ร้านกาแฟข้างบริษัท"

วางสายไปแล้ว ภูมิบุญใจเต้นระทึก ไม่ใช่กลัวแต่เหมือนโดนสะกิดต่อมในใจอีกครา โตโต้เดินปรี่เข้ามาหา

"มันอยู่ข้างล่างใช่ไหม"

เสียงดังที่ลอดออกมาจากโทรศัพท์ดังพอที่จะให้โตโต้ไม่ต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น ภูมิบุญพยักหน้า

"ไป ลงไปคุยกับมัน"

"เดี๋ยวภูมิไปเองดีกว่าครับ เขาคงอยากคุยกับภูมิ"

"ไม่ได้ ไม่ต้องห้าม มันไม่มีเวลาสองต่อสองกับภูมิอีกแล้ว"

เสียงดุห้วนลากแขนภูมิบุญออกจากห้องไป

"มีอะไรภูมิ"

"พลอยดูออฟฟิศด้วย เดี๋ยวลงไปข้างล่าง"

โตโต้สั่ง ภูมิบุญหันไปมองหน้าพลอยแล้วยักคิ้วให้ส่งสัญญาณ

"บอสคะ ให้พลอยไปด้วยได้ไหมคะ"

"อย่าเลยพลอย อยู่นี่ล่ะ"

ในใจของพลอยเต้น เรื่องเมื่อคืนก็พลาดไปไม่อยากจะพลาดวันนี้อีก เพราะหลังจากที่ภูมิบุญเล่าให้ฟังพลอยเองก็เดือดบอกว่าทำน้อยไป น่าจะเอาให้หนักกว่านี้อีก โตโต้เดินนำหน้าภูมิบุญลงไป สีหน้าไม่เอาใครเลย ใครเห็นก็ต้องหลบ

"หึ มาคนเดียวไม่ได้เหรอภูมิกลัวพี่จะทำอะไร พี่ไม่เหมือนเรานะ"

พอเห็นทั้งคู่เดินเข้ามาในร้านก็แขวะทันที

"แล้วพี่แทนทำไมไม่มาคนเดียวล่ะครับ หรือคนที่นั่งข้างๆไม่ใช่คน"

ภูมิบุญแสยะยิ้มให้แทนทวี

"แทนดูสิ คำขอโทษสักคำยังไม่มี ยังมาปากดีอีก ร้ายกาจที่สุด"

"มึงจะเอายังไงไอ้แทน"

เสียงเข้มดุกว่าใครดังขึ้นสายตาที่มองเหมือนกำลังจะกลืนกินร่างของทั้งสองลงคอไป

"ก็ไม่เอาไง เรื่องระหว่างภูมิกับกู มึงไม่เกี่ยว"

"ไอ้"

"พี่โต้ อย่าครับ เราไม่จำเป็นต้องไปแลกกับเขา ภูมิคุยเอง"

ภูมิบุญปรามไว้แล้วนั่งลงข้างหน้าของทั้งสอง โตโต้นั่งลงแต่ลากเก้าอี้ออกไปห่างๆเพราะกลัวว่าจะอดใจไม่ไหว

"ภูมิทำเกินไปนะ เห็นไหมว่าพีทเขาเจ็บแค่ไหน ทำไมถึงลงไม้ลงมือกันขนาดนี้"

แทนทวีเปิดฉาก สายตาดูหมิ่นเหยียดหยาม ไม่น่าเชื่อว่ามันออกมาจากตาคู่เดียวกันกับคู่ที่เคยฉายแสดงความรักออกมา

"แล้วเขาเล่าอะไรให้พี่แทนฟังบ้างล่ะครับ"

"ทุกอย่าง ภูมิไม่ต้องมานอกเรื่อง นี่มันอะไรกันทำไมเป็นคนก้าวร้าวแบบนี้ พี่มองคนผิดไปจริงๆ"

มองคนผิด พูดออกมาได้ยังไง นี่เขากำลังตำหนิภูมิบุญอยู่ เม้มปากแน่นพยายามระบายลมหายใจร้อนออกมา

"เหรอครับ ถ้าบอกทุกอย่างแล้ว พี่ยังหูหนวกตาบอดเทิดทูนเขาอยู่อีกเหรอพี่แทน พี่เอาอะไรทำหัวใจ ที่เลิกกับภูมิน่ะ เสียใจนะแต่ไม่เสียใจเท่าที่ภูมิรู้ว่าเคยคบกับควาย"

"ภูมิ"

แทนทวีตบโต๊ะเสียงดัง โตโต้ลุกขึ้นยืนขวางเอาไว้ สายตาทั้งสี่คู่มองหน้ากันอย่างไม่ยอมยี่หระ พนักงานในร้านไม่กล้าทำอะไรเพราะรู้จักดีว่าใครกำลังมีเรื่องอยู่ได้แต่ถอยห่างออกไป

"เอาเถอะ จะยังไงก็ตาม พี่ก็เสียใจเหมือนกันที่เคยคบกับภูมิ"

แทนทวีพูดออกมา มันเสียดใจจังเลย ทำไมมันแทงใจมากมายขนาดนี้

"ครับ แล้วพี่จะเอาอะไรล่ะครับวันนี้ หรืออยากให้ภูมิซ้ำอีกรอบนึงเหรอถึงจะยอมจบ"

"แทน ดูน้องภูมิสิ ใจร้ายที่สุด"

"หุบปากไปเถอะ ตอแหลได้กับเขาคนเดียวนั่นล่ะ คนอื่นคิดว่าเขาจะโง่เหมือน"

"ภูมิ มันจะมากไปแล้วนะ"

ลุกขึ้นจะกระชากคอภูมิบุญแต่โตโต้ตบโต๊ะก่อน

"มึงจะทำอะไร"

"ที่แฟนพี่เล่า เขาเล่าหรือเปล่าล่ะครับว่าภูมิทำไมถึงทำ พี่น่าจะรู้จักภูมิดี แต่คงไม่หรอก เขาบอกไหมว่าเขาไปขโมยตีมงานของบริษัทภูมิมา"

"ไม่จริงนะแทน ตีมงานพีทคิดขึ้นเอง พีทจบจากนอกนะ มีความจำเป็นด้วยเหรอที่ต้องไปแย่งงานกับคนที่ไม่มีหัวคิดแบบนี้"

แทนทวีมองหน้าภูมิบุญจ้องอยู่ไม่วางตา ภูมิบุญเองก็จ้องอยู่

"เหรอ เอาเถอะคิดยังไงไปคุยกันที่ศาลก็แล้วกันเพราะของเราจดลิขสิทธิ์ทางปัญญาเอาไว้ เตรียมหลักฐานให้เหมือนกับที่เรามีล่ะ"

พูดขึ้นเสียงเรียบ หน้าของพีทซีดเผือดลง

"แล้วบอกพี่ไหมว่าเขาไปกับใคร เมื่อคืนน่ะ"

"เพื่อนไงแทน พีทไปกับเพื่อน"

รีบลนลานออกตัว

"เหรอ เพื่อนเหรอ หึหึ"

"แทนกลับเถอะ น้องภูมิพูดไม่รู้เรื่องหรอก"

"ไม่ได้นะพีท ยังไงภูมิก็ต้องรับผิดชอบ"

แทนทวีแย้งไม่ยอมไป

"แทน พีทไม่เป็นไร พีทไม่เอาความกับน้องภูมิ พีทเข้าใจหัวอกคนที่โดนแย่งแฟนไปว่ามันเป็นยังไง"

ร้องไห้ออกมา แต่มันไม่ได้น่าเวทนาแต่อย่างใด คนที่เห็นยิ่งอยากจะเข้าไปตบซ้ำ

"มีอะไรปักหลังอยู่เหรอคุณ เอาตัวให้รอดนะ"

ภูมิบุญขู่ตามหลังเพราะพีทลากแขนของแทนทวีออกไปแล้ว

"ทำไมไม่บอกมันไปเลยภูมิ มันจะได้หายกินหญ้าเสียที"

"พี่โต้ครับ มันง่ายไป เจ็บแค่นี้มันไม่พอหรอกครับ สำหรับคนอย่างพี่แทนกับมัน"

พูดออกมาเสียงเครียด โตโต้ถึงกับหน้าเปลี่ยนสี รีบเข้ามากุมมือไว้

"ภูมิ อย่าให้มันทำร้ายตัวภูมิเองนะ"

"ไม่แล้วล่ะครับพี่โต้ ภูมิพอแล้ว แค่อยากให้เขารู้แค่นั้นเอง ว่าตอนที่เจ็บ มันเจ็บจริงๆนะ คนเราบางคนแค่บอกว่าเราเจ็บเขาไม่เข้าใจหรอกครับ เขาต้องได้รับรู้เองเขาถึงจะรู้สึก"

โตโต้ได้แต่ถอนหายใจออกมา คนที่ยืนอยู่ข้างหน้าไม่ได้มีมิติเดียว ครั้นดีก็ดีจนใจหาย ครั้นร้ายก็ร้ายจนน่ากลัว แต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันมีที่มาที่ไป พอหวนคิดย้อนพิจารณาให้ดีแล้ว หึหึ สมควรแล้วล่ะไอ้แทน โตโต้ยิ้มออกมา จูงมือของภูมิบุญขึ้นออฟฟิศไป

ตอนบ่ายก็นั่งรถไปเขาค้อกับโตโต้มีบาสติดรถไปด้วย ส่วนพลอยจะตามไปทีหลังโดยมีกายไปส่ง พอไปถึงเขาค้อกลางดึกก็ลงมือทำงานกันเลยมีหินกับต้นเตรียมงานรออยู่แล้ว งานเสร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แบบงานที่วาดขึ้นใหม่บรรจงรังสรรค์สร้างขึ้นมาใหม่อย่างวิจิตร โต๊ะไม้กลมหนาก็ให้ชั่งต่อขึ้นมาอีกชั้นเอากระจกหนาเป็นหน้าโต๊ะ ส่วนพื้นที่ว่างที่มองเห็นมีกระไม้ทรงกลมความสูงของขอบเตี้ยๆเพื่อที่จะเอาใส่โอเอซิสสำหรับปักดอกไม้ โต๊ะทำขึ้นใหม่เกือบร้อยกว่าตัว ช่างเองก็เกณฑ์ช่างจากด้านนอกมาช่วยแล้วคุมงานอีกทีหนึ่ง ทำงานกันหามรุ่งหามค่ำแบ่งออกเป็นสองกะ เพราะภูมิบุญประกาศแล้วว่าจะให้ค่าตอบแทนพิเศษสำหรับช่างกับแม่บ้านที่อยู่ทำงานอาทิตย์นี้ ทุกคนจึงเต็มใจออกแรงกายแรงใจช่วยเต็มที่ เก้าอี้ก็เอาผ้าไหมหยาบๆสีขาวปักดิ้นสีส้มโอรสทำมือทั้งหมด แม้จะมีเวลาไม่มากแต่คนที่ช่วยก็ทำกันอย่างแข็งขัน เอามาทำเป็นที่คลุมทั้งเก้าอี้ให้รับกับดอกไม้ที่จะใส่ประดับที่โต๊ะ เก้าอี้แต่ละตัวถูกประดับด้วยดอกพุดสีขาวร้อยกรองเป็นสายรวบไปข้างหลังทำอุบะระย้าลงมาสวยงามนัก ตามขาโต๊ะก็ประดับประดาไปด้วยเถากุหลาบที่ทำขึ้นสีขาวสีส้มโอรสสลับกันอยู่ บริเวณภายในงานก็ตกแต่งด้วยกุหลาบขาวแซมกับกุหลาบสีส้มอมชมพูที่ต้องสั่งมาจากเชียงใหม่ทั้งหมดและกวาดมาจากปากคลองตลาดอีกที่ น้ำพุยังคงไว้เช่นเดิมแต่ได้ทำเหล็กเป็นกรงเหมือนกรงนกขนาดใหญ่ล้อมเอาไว้ ประดับประดาไปด้วยไฟที่สาดขึ้น ตามกรงนั้นก็ประดับไปเถาด้วยกุหลาบมีขาวกับสีโอรสเกี่ยวพันเลื้อยกันขึ้นไป พอเปิดน้ำพุที่พุ่งขึ้นเพียงแต่เบาๆ เหมือนสวรรค์ใจกลางงาน ตามต้นไม้ห้อยโคมกระดาษสาที่เขียนชื่อของทั้งสองติดอยู่ แสงไฟสีส้มที่ส่องผ่านกระดาษสีลอดออกมาวามวับระยับไปทั่วบริเวณงาน บนเวทีก็ทำเป็นโครงไม้ไผ่สานเป็นมิติ ฉากหลังก็ทำเหลื่อมล้ำกัน และทั้งหมดถูกประดับด้วยกุหลาบขาวด้านหนึ่งและกุหลาบสีโอรสอีกด้านหนึ่ง รถบรรทุกที่คราคร่ำเรียงรายกันเข้ามาตอนเช้ามืด คันแล้วคันเล่าเพื่อส่งของจำพวกดอกไม้อุปกรณ์ต่างๆก่อนวันงาน พอของมาส่งก็ออกมาช่วยกันตั้งแต่ยังไม่รุ่งสาง ดอกไม้จุดสำคัญยังไม่ปัก หรือถ้าปักแล้วให้เอาผ้าใบมากางกั้นแดดกั้นลมคอยพรมน้ำให้อยู่ตลอดเวลา

กานดากับประภัสพร้อมทั้งครอบครัวมาถึงตอนบ่ายแก่ๆ พอเห็นงานกานดาเองถึงกับร้องไห้ออกมา

"น้องภูมิ พี่ขอโทษที่เคยว่าน้องภูมิไป พี่ขอบใจมาก ขอบใจจริงๆ สวยมาก"

ร้องไห้ออกมาด้วยความปีติตื้นตัน ภูมิบุญเม้มปากแน่น

"เพราะน้องภูมิคนนี้นะครับคุณกานดา เขาคิดตีมขึ้นมาให้ใหม่ ถ้าไม่ได้บาสภูมิเองคงไม่มีปัญญา"

ภูมิบุญเองก็ดันหลังบาสให้ยกมือไหว้ครอบครัวของกานดา บาสยิ้มแห้งๆเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เจอกับเจ้าของงาน

"พี่กานให้เพิ่มอีกสองแสนค่ะน้องภูมิ ถูกใจพี่กานมาก"

กานดาพูดออกมายิ้มทั้งน้ำตา

"อย่าเลยครับคุณกานดา ถือเป็นของขวัญของบริษัทของเรา ที่เคยทำให้เราเกือบเสียคุณกานดาไป"

"อย่าปฏิเสธเลยครับน้องภูมิ พี่พอใจมาก พ่อแม่ก็ชอบใจมาก โดยเฉพาะดอกไม้ที่เก้าอี้นั่น"

พอถึงเวลางานจริงๆ ดอกไม้ที่รับกับแสงโคมไฟ ทางเข้างานเองก็ประดับประดาไปด้วยดอกไม้โคมไฟ ห้อยระย้าอยู่งดงามยิ่งนัก น้ำพุที่เปิดไฟสาดส่องขึ้นช่างเข้าใจปั้นแต่ง โต๊ะที่ปักดอกไม้ที่พื้นชั้นแรกมองเห็นแจ่มชัดจากกระจกหน้าโต๊ะพราวไปด้วยกุหลาบขาวเต็มกระบะแซมด้วยกุหลาบสีส้มเป้นชื่อย่อภาษาอังกฤษของคนทั้งสอง มีแก้วเจียรไนยวางอยู่ตรงกลางสะท้อนแสงระยิบระยับ แขกทุกคนต่างชื่นชมในงานครั้งนี้ บนเวทีเองก็สว่างไสวไปด้วยไฟที่สาดส่อง มวลดอกไม้ก็บานรับแสงนั้น เจ้าสาวร้องไห้ออกมาอีกคราเมื่อถึงเวลาที่ต้องขึ้นกล่าวคำขอบคุณ มารดาของกานดาเองก็ร้องไห้น้ำตาซึมออกมา กินใจยิ่งนักภูมิบุญเดินไปกอดบาสด้วยความรักและแทนคำขอบใจ

"ขอบใจมากบาส พี่ดีใจมาก พี่ดีใจจริงๆ"

สะอึกคำพูดเพราะมันปริ่มไปด้วยน้ำตา บาสเองก็กอดภูมิบุญร้องไห้ออกมา

"บาสมีวันนี้เพราะพี่ภูมิ เพราะพี่ที่ให้โอกาสบาส ขอบคุณครับพี่ภูมิ"

จากเหตุการณ์ที่ติดลบเสียเปรียบพลิกกลับมาเป็นกำชัยได้ เพราะสติที่มีไม่วู่วามตอนมีเหตุ พอกลับมาถึงกรุงเทพฯทั้งสามก็รีบเข้าไปพักเพราะหน้าตาดูอิดโรยไม่ต่างกัน แต่ทว่าคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้าบ้านทำให้ทุกคนชะงักอยู่

"มันมาทำไมอีก"

โตโต้เปิดประตูรถจะลงไปตวาดไล่หนีไป แต่ภูมิบุญรั้งมือเอาไว้

"อย่าพี่โต้ ดูหน้าเขาสิ คงรู้เรื่องแล้ว"

ชายคนนั้นคือแทนทวี หน้าตาที่ดูอิดโรยอดนอนซูบผอมตาแดงช้ำ ยืนแน่นิ่งมองเข้ามาในรถน้ำตายังไหลออกมาไม่หยุด

ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน แทนทวีได้รับเมล์ประหลาด

"เปิดดูซะไอ้ควาย ถ้าไม่อยากเขายาวถึงดวงพระจันทร์"

ข้อความตัวใหญ่สีแดงสดส่งเข้าเมล์ส่วนตัวของเขา แทนทวีกดลบไปทันที แต่เอะใจเพราะเขาส่งมาอีกรอบ เลยลองเปิดดู มันคือวีดีโอไฟล์ที่แนบมากับเมล์ พอเปิดดูแทนทวีถึงกับสั่นเป็นเจ้าเข้า

"พีท นี่มันอะไร พีททำอะไร"

ไม่ทำงาน ทำไม่ได้ อยู่ไม่ได้ร่างมันสั่นไหว ใจมันเต้นแรงบีบให้เขาต้องปรี่กลับไปที่คอนโด อีกร่างที่เขาโวยวายใส่ยังนอนหลับสบายอารมณ์อยู่บนเตียง

"อะไรอ่ะแทน โวยวายแต่เช้า"

"พีทหลอกแทนใช่ไหม พีททำไมทำแบบนี้ ไหนบอกรักแทน ไหนบอกเราจะแต่งงานกัน แทนอุตส่าห์ขัดใจพ่อแม่นะ พีททำแบบนี้ได้ยังไง"

แทนทวีโวยวายเสียงดังลั่น หน้าตาเหี้ยมเกรียม

"อะไรแทน พีทไม่เข้าใจ แทนพูดเรื่องอะไร"

ยังตีหน้าซื้อไร้เดียงสาอยู่ แทนทวีสุดกลั้น

"แหกตาดูนี่ซะ"

แทนทวีปาแผ่นซีดีที่ที่ถ่ายข้อมูลจากวีดีโอที่ได้รับลงแผ่นซีดีใส่หน้าของพีทอย่างแรง เขาเองยังสั่นอยู่ พีทเริ่มหน้าถอดสี

"ไม่อ่ะ พีทไม่รู้เรื่องพีทจำเป็นต้องดูด้วยเหรอ"

"บอกให้ดู อีแพศยา"

ตวาดออกมาเสียงดังกว่าเดิม ตาถลนนออกจากเบ้า พีทถึงกับสะอึก

"แทน"

พีทเองก็เริ่มที่จะสั่น แต่ก็ต้องเดินเอาแผ่นไปยัดเข้าใส่เครื่องเล่น ทันทีที่เครื่องอ่านแผ่นที่ใส่เข้าไป ภาพที่ฉายออกมาทางจอโทรทัศน์ พีทรีบกดปิดทันที

"ไม่ใช่พีทนะแทน บ้าเหรอ ใครกันทำเรื่องแบบนี้"

"ยังจะมาตอแหล มึงนี่หลอกกูมาตลอดใช่ไหม สัตว์"

ปรี่เข้ากระชากแขนทันที กำปั้นแน่นๆต่อยเข้าที่หน้าของพีท

"โอ๊ย แทน ฟังพีทก่อน แทนอย่า กรี๊ด"

กระหน่ำซัดหมัดใส่หน้าใส่ตัว

"ไม่ใช่พีทนะแทน แทนดูดีๆมันไม่ใช่พีท"

คร่ำครวญร่ำร้องอยู่ แทนทวีเองพอได้สติจึงถอยออกไป คราบเลือดกรังเต็มมือ

"ไหนมึงพิสูจน์ซิว่าไม่ใช่มึง นั่นมันหน้ามึง นั่นมันเสียงมึง แล้วไอ้นั่นมันเป็นใคร ห๊า อีสัตว์ ไอ้นั่นมันเป็นใคร"

"ปิ๊งป่อง"

เสียงกดกริ่งหน้าประตูคอนโดดังขึ้น พีทแทบจะเป็นลมล้มพับลงกับที่

วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

(Heroine) ที่นี่ไม่มีนายเอก ฉากเจ็ดสิบแปด

"พี่แทนครับ นี่ภูมินะ"

ก่อนหน้านั้นระหว่างทางไปยังทองหล่อภูมิบุญยกโทรศัพท์ขึ้นตัดสินใจโทรไปหาแทนทวี ในใจไม่เหลืออะไรให้เขาแล้ว แม้จะยังมีเยื่อใยรักอยู่บ้างแต่มันก็ไม่มีอิทธิพลใดๆจะมาทำให้จิตใจในตอนนี้ไหวหวั่นได้

"เอ่อ ครับภูมิ ว่าไงครับ"

น้ำเสียงที่ดูห่างเหินยิ่งนานวันมันยิ่งดูดันความสัมพันธ์ที่เคยมีให้กันห่างไกลกันออกไปนั่นมันยิ่งทำให้ภูมิบุญตัดสินใจอะไรได้ง่ายขึ้น

"ภูมิอยากจะบอกพี่แทนเรื่องของแฟนพี่น่ะครับ"

"หือ มีอะไรภูมิ มีอะไรกับพีทอีก"

"ภูมิไม่มีอะไรกับเขาหรอกครับ แต่อยากให้พี่แทนช่วยเตือนแฟนพี่ได้ไหม ว่าอย่ามายุ่งกับภูมิอีก ภูมิยกโทษให้แล้ว ไม่ติดใจแล้ว"

"ภูมิ ทำไมไม่ลองถามตัวเองล่ะ ว่าเราทำอะไรไว้กับพีท เราสาดน้ำร้อนใส่เขานะภูมิ"

แทนทวีทำให้เลือดในกายร้อนแรงขึ้น ภูมิบุญเม้มปากหนักไม่เคยคิดว่าจะได้ยินคำพูดแบบนี้ออกจากปากของคนที่เคยรัก นี่สินะที่เขาว่าเวลาคนมันหมดใจ เยื่อใยอะไรสักอย่างมันก็ไม่มีเหลือให้กัน ทั้งที่แต่ก่อนจะเชื่อใจกันเป็นคนยังไงเขาก็รู้ดีมาโดยตลอด แต่นี่เขาเหมือนหลับหูหลับตาฟังความข้างเดียว แล้วเราจะมานั่งคร่ำครวญฟูมฟายอะไรให้เขาล่ะ

"อ้อ พี่แทนเชื่ออย่างนั้นใช่ไหมครับ งั้นอย่าหาว่าภูมิใจร้ายนะครับ"

กดสายทิ้งไปถอนหายใจออกมา สายตาที่ฉายออกมามันอัดแน่นไปด้วยความคับแค้นใจ เขาทำให้เจ็บจนแทบจะเดินหลับบ้านไม่ถูกไม่พอ หน้ามืดตามัวอีกต่างหาก

"มันว่ายังไงภูมิ"

เสียงทุ้มที่กำลังขับรถอยู่ดังขึ้นเรียกสติ

"อ้อ เขาหาว่าภูมิเป็นคนเริ่มก่อนครับ"

"เลว เห็นไหมภูมิ มันโง่เป็นควายแบบนี้ล่ะ ดีนะมันเข้าใจเลือกคบกัน เดนคนกับเดนคนมาอยู่ด้วยกันช่างเหมาะสมกันดีแท้"

"ครับ"

ภูมิบุญเม้มปากแน่น "อย่าหาว่าแรงนะพี่แทน เห็นแก่หน้าพี่แทนหรอกนะถึงโทรบอก แต่เมื่อได้ยินแบบนี้ ไม่ไว้หน้าแล้วนะ" ภูมิบุญไม่เปล่งเสียงออกมาแต่คิดอยู่ในใจ

"ภูมิยังรักมันอยู่ไหม"

โตโต้ถามขึ้นเสียงเครียดแล้วเหลือบสายตามามอง

"พี่โต้ พี่โต้คิดว่าภูมิจะยังรักเขาอยู่ได้เหรอครับ ภูมิยอมรับว่าเมื่อก่อนที่ยังไม่รู้ยังรัก หรืออะไรไม่แน่ใจ เอาเป็นว่าภูมิหูหนวกตาบอดไปก็แล้วกัน อย่าถามภูมิเลยครับว่าเหลืออะไรไว้ให้เขา มันไม่มีสักอย่าง"

น้ำเสียงของภูมิบุญทำให้โตโต้ยิ้มออกมาอย่างพอใจในคำตอบ

เสียง เพลงที่ดังกระหึ่มอยู่นั้นไม่ได้ทำให้คนที่ใส่ชุดดำตัวเล็กเคลิบเคลิ้มหรือเพลิดเพลินไปด้วยเลย ในใจมันร้อนเหมือนสุมไฟกองใหญ่อยู่ มือเริ่มสั่นเพราะความโกรธที่ขังอัดแน่นอยู่ในใจ สายตาคอยจับจ้องอยู่ที่หน้าประตู ระบายลมหายใจออกมาช้าๆเหมือนกำลังควบคุมมันอยู่ ส่วนอีกคนที่นั่งอยู่ข้างกาย คอยกุมมือไว้บีบเบาๆให้คลายความร้อนในใจลง แต่ไม่เลย ภูมิบุญเหลือบไปเห็นทันที่กำลังเดินเข้ามา ทันเหลือบสายตามามองแล้วเดินตรงเข้ามานั่งโต๊ะข้างๆทำเป็นไม่รู้จักกัน แค่เพียงไม่นานที่ทันกดโทรศัพท์ส่งข้อความออกไป ร่างของคนที่รอคอยก็เดินเข้ามาหาทัน แต่พอปราดสายตาไปเห็นภูมิบุญที่นั่งเบิกตาโพลงอยู่ก็ชะงักเท้าสีหน้ามองไม่ชัดว่าสลดหรืออะไรแต่ไม่ถึงเสี้ยววินาทีเขาก็ทำหน้าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"มานานแล้วเหรอทัน"

ทักทายขึ้นทันทียิ้มเต็มดวงหน้าทำเป็นทองไม่รู้ร้อน

"เพิ่งมา"

"อ้าว น้องภูมินี่ มาเที่ยวด้วยเหรอ"

ยังไงก็ต้องทักเพราะโต๊ะอยู่ติดกัน ภูมิบุญไม่ตอบแต่จ้องหน้าไม่วางตา

"ต๊าย นึกว่าจะกินนมนอนอยู่กับบ้าน เที่ยวเป็นด้วยเนอะ"

"เฮ้ย พูดอะไรระวังปากหน่อยนะมึง"

โตโต้โพล่งขึ้นสายตาเกรี้ยวกราด พีทถอยร่นไปหลบหลังทัน ภูมิบุญบีบมือของโตโต้เอาไว้แล้วส่ายหน้าให้ เขาจึงยอมนิ่ง

"ต๊าย นี่แฟนใหม่เหรอน้องภูมิ ไวนะ ได้ข่าวเพิ่งโดนแทนเขี่ยทิ้งนี่ เร็วเหมือนกันนะเรา"

"หึหึ ชอบเล่าจังนะครับเรื่องเก่าๆน่ะ ของเก่าของภูมิน่ะเหรอครับ ได้ข่าวเหมือนกันนี่ว่ามีคนชอบกินของเหลือเดน"

เน้นคำว่าเก่าภูมิบุญเองยังบีบมือโตโต้อยู่

"แก"

"ทำไม พูดแค่นี้เดือดเหรอ ทีว่าคนอื่นว่าเอาๆ เจ็บเป็นรู้สึกด้วยเหรอ นึกว่าหน้าหนาไม่รู้สึกเสียอีก"

พีทกัดปากตัวเอง บริเวณนั้นถูกกันคนออกไป อีกทั้งยังไม่ดึกมาก ทันเองติดต่อไว้กับเจ้าของร้านที่เขารู้จักไว้แล้ว พีทยักไหล่ทำเป็นไม่สนใจกัยสิ่งที่ภูมิบุญพูด ยิ้มร่าเริงคลอเคลียกับทัน

"เก่งนะจ๊ะน้องภูมิ เห็นหงิมๆแบบนี้แอบแรงนะเนี่ย ต๊าย แทนอยู่กับงูพิษมานานเหมือนกันนะเนี่ย"

"อย่างน้อยก็ไม่ตีสองหน้าลิ้นสองแฉก ร่านหาคนนั้นคนนี้หรอกนะ แล้วที่ออกมาร่านแรดเนี่ย ของเก่าผมเขารู้ไหม อ้อ ลืมไปมีเขานี่นะ คงนอนเทิดทูนเป็นควายอยู่ที่บ้าน"

"มากไปแล้วนะ แกกล้าดียังไง"

แว้ดเสียงขึ้นถลึงตาใส่ ภูมิบุญเองก็ใช่ว่าจะกลัว ลุกขึ้นเหมือนกัน ทันดึงมือของพีทเอาไว้

"อ้อ พี่ไม่ถือสาหรอกนะ คนการศึกษาน้อยน่ะ คงถนัดแต่พูดเรื่องแบบนี้สินะ ลืมบอกไป คิดงานเก่งนะน้องภูมิ แขกชอบทุกคนเลย นับถือนับถือ"

โตโต้ลุกขึ้นตบโต๊ะทันที ภูมิบุญจับมือเอาไว้ ส่งสายตาที่คมกริบมองโตโต้ให้หยุด เขาเองก็หยุดกัดฟันอยู่ ท่าทางของพีทที่ดัดจริตทำท่ากลัวยิ่งยั่วโมโหเขามากกว่าเดิม

"เรื่องนั้นน่ะเหรอครับ ไม่ถือสาครับ ถือว่าทำทาน น่าสงสารจังอุตส่าห์บินไปเรียนตั้งเมืองนอกเมืองนา ไม่น่าเชื่อว่าจะไม่มีสมอง ไม่ได้อะไรกลับมาเลยเหรอครับ หรือว่ามัวแต่ร่านหาดุ้นของผู้ชาย เอ๊ะหรือว่าโดนมากไป สมองเลยฝ่อ"

"แก"

"พอแล้วคุณ ไปๆอย่าไปมีเรื่องกับเขา"

ทันทำท่าห้าม

"คุณเห็นมันว่าพีทไหม มันเป็นใครมาว่าพีทแว้ดๆ"

"คุณเองก็ว่าน้องเขานี่"

"นี่คุณ"

พีทกัดฟัน ภูมิบุญไม่ยอมหยุดง่ายๆ

"เรื่องที่ทำไว้น่ะ อย่าคิดว่ามันจะจบง่ายๆนะ และรู้เอาไว้ด้วย ว่าคนที่จบที่เมืองนี้บ้านนี้ล่ะ จะทำให้คุณจนหนทางไป"

"แกมีปัญญาจะทำอะไรชั้น หาไอ้หน้าจืด"

"นี่ไง"

สาดเหล้าใส่หน้าทันที

"อ๊าย ทันช่วยด้วย"

ถ้าอยู่กับเพื่อนจะสาดคืนหรือไม่ก็โผเข้าหาแล้ว แต่ด้วยภาพลักษณ์ที่ค้ำคออยู่ พีทได้แต่แสดงจริตออกมาหลบอยู่หลังทัน

"ไปๆ ไปล้างหน้าล้างตา ผมไปรอข้างนอกไปที่อื่นกันดีกว่า"

"ฮึ แกจำไว้นะไอ้ภูมิ"

พีทเองก็ยังไม่ยอมหยุด โกรธท่วมใจแต่ทำอะไรไม่ได้

"พี่โต้ ไปรอภูมิที่รถ"

"ภูมิ ไม่ได้พี่ไปด้วย"

"ภูมิขอล่ะครับ ภูมิยังสะสางไม่จบ"

"ไม่"

"บอกให้ไปรอที่รถ"

เด็ดขาดด้วยคำพูดและสายตา โตโต้ชะงักไป เคยเห็นฤิทธิ์แล้ว รู้แล้ว ซึ้งแล้ว ได้แต่พยักหน้าทำหน้าเจื่อนๆเดินออกมา พอเห็นโตโต้เดินออกมา ทันเองก็เข้าไปแนะนำตัวกับโตโต้ ส่วนภูมิบุญเดินตามเข้าไปในห้องน้ำแล้ว

"ว่าไง"

ภูมิบุญถีบประตูเข้าไปในห้องน้ำเสียงดัง ตอนนี้ไม่มีใครเลยในห้องน้ำ มีเพียงพีทที่หน้าตาบึ้งตึงอยู่ กำลังวักน้ำใส่เสื้อล้างคราบเหล้าออก

"แกจะเอายังไง กล้าตามมาถึงนี่เลย โอ๊ย"

ไม่ยอมให้อ้าปากพูดให้จบ ถีบเข้าไปที่กลางตัว พีทล้มหงายหลังไปหลังชนผนัง

"มึงทำอะไรไว้กับกู สัตว์"

ปรี่เข้าไปเตะซ้ำ

"โอ๊ย ช่วยด้วย มึง"

พยายามดิ้นหนีไปตั้งหลัก ก่อนที่คลานจะเกาะประตูห้องน้ำพยายามดันกายขึ้นมาได้

"พลั่ก"

"โอ๊ย"

ภูมิบุญถีบเข้าที่กลางหลังพีทหัวขมำไปอีกหน้าซุกลงกับโถชักโครก แต่ก็พยายามเอามือดันขอบโถเอาไว้

"มึงจำไว้ให้ดี อย่าคิดว่ามึงแน่แค่คนเดียว มึงคิดเหรอว่าคนอื่นเขาจะง่อยเหมือนผัวมึง อย่ามาวอแวกับกู จำไว้"

เอาเท้าเหยียบหัวลงกับชักโครกจนหน้าจุ่มลงไปปริ่มกับน้ำ ภูมิบุญเอื้อมมือไปกดชักโครกทันที

"ว้ายย ช่วย"

"ร้อง มึงร้องเลย อย่ามาแรงใส่กู จำไว้"

พายุร้ายวิญาณเลวเข้าสิงสายตาที่จ้องมองร่างที่ดิ้นพยายามดิ้นหนีออกจากการเกาะกุมอยู่นั้นมันเหมือนจ้องมองของเน่าเหม็น ภูมิบุญใช้แรงทั้งหมดของมือออกแรงกระชากฝาชักโครกออกมา ปล่อยเท้าลง

"ไอ้ชาติ โอ๊ย" "โพล๊ะ"

โชคยังดีที่เป็นแค่พลาสติกราคาถูกไม่ใช่กระเบื้อง ภูมิบุญกระหน่ำฟาดใส่หัวของพีท ไม่มีเลือดมีแต่น้ำที่กระเด็นออก

"ภูมิๆ พอแล้ว"

ทันกับโตโต้วิ่งเข้ามาโตโต้ดึงร่างของภูมิบุญออกดึงออก เสียงร้องของพีทระงมอยู่คับห้องน้ำ

"ฮ่า เลว สัตว์ มึงกล้าทำแบบนี้กับกูเหรอ"

พอเงยหน้าขึ้นมาหายใจได้ พีทก็ปรี่เข้ามาไม่ยอมเช่นกัน

"พลั่ก โอ๊ย"

ปรี่เข้ามาก็โดนถีบออกไปหลังชนผนังห้องน้ำ

"ยังไม่พอใช่ไหม หา"

ภูมิบุญดิ้นออกจากการเกาะกุมของโตโต้ รายนั้นพอเห็นท่าทางของพีทก็ปล่อยมือทันที ภูมิบุญโผเข้าหา เหยียบเข้าที่หน้าบี้ติดกับพื้นห้องน้ำ

"จำไว้ จำใส่หัวไว้ อย่ามาลองดี"

"ปล่อยกู ปล่อย"

พีทเองก็ดิ้นอยู่มือไม้คว้าจะกระชากเช่นกัน เขาไม่ยอมง่ายๆ ภูมิบุญก็ต่อยเข้าที่ท้องมือดึงรองเท้าของพีทออกมาฟาดเข้าไปที่ตัวเพราะเขาก้มหน้าเอามือป้องหน้าเอาไว้

"ยอมแล้ว พอแล้ว"

เขาร้องออกมา หน้าตาบวมช้ำน้ำตาไหลเปื้อนหน้า ไม่รู้ว่าน้ำจากตาหรือจากชักโครก

"พอเถอะภูมิ สกปรก"

โตโต้ดึงตัวของภูมิบุญออก

"จำเอาไว้ ถ้ายังไม่หยุด มันจะไม่ใช่แค่นี้ ถ้าคิดว่าแน่ให้มาเลย มีอะไรงัดมาเลย คราวนี้มันจะไม่ใช่แค่นี้ จำไว้ ทำกูเจ็บแค่ไหน มึงจะได้ไปสิบเท่า จำไว้"

ตะคอกออกไป พีทตัวงอนอนขดอยู่ สายตาของภูมิบุญมันไม่ใช่ตัวของเขาเลย แม้แต่โตโต้ที่มองสบตาสายตาคู่นี้อยู่ทุกวัน หรือแม้จะเคยเห็นความเกรี้ยวกราดแบบนี้มาก่อน แต่ไม่เคยเห็นสายตาแบบนี้มาก่อน โตโต้ต้องกอดตัวของภูมิบุญเอาไว้แน่น พอสงบลงก็พากันออกไปจากห้องน้ำ ภูมิบุญพยักหน้าให้ทัน รายนั้นก็เข้าไปประคองตัวของพีท

"คุณไปไหนมา ไม่มาช่วยพีท ฮึกๆ"

คร่ำครวญออกมาสะอึกสะอื้น มือก็กอดทันไว้แน่น

"ผมช่วยแล้วแต่แฟนมันจับตัวไว้ เจ็บไหมที่รัก"

แม้ในใจจะแสยะยิ้มสาแก่ใจแต่ปากก็พูดออกไปแบบนั้น

"พีทเจ็บใจ คอยดูนะพีทจะเอาคืน"

"คุณอย่าเลย น้องคนนี้ผมคุ้นๆหน้า เขาเป็นรุ่นน้องที่มหาฯลัย ตอนเรียนน่ะเคยมีเรื่องกันกับอีกคนเกือบตายนะคุณ แย่งผู้ชายกันนี่ล่ะ ไม่มีใครอยากจะยุ่งกับเขาหรอก"

พูดออกไปแล้วสังเกตสีหน้าท่าทางของพีท ซึ่งสลดซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

"ภูมิ ครั้งนี้ครั้งสุดท้ายนะพี่ขอ"

โตโต้พูดขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน

"ภูมิไม่ได้อยากทำแบบนี้ ภูมิ"

น้ำตาไหลออกมาเม้มปากแน่น พอมีสติคืนมาก็รู้สึกตัว สิ่งที่พยายามจะฝังมันลงไปในส่วนลึกที่สุดของใจ มันยังคงเผยออกมาทุกครั้งที่โกรธจัด บุคลิกที่ตัวเขาเองก็ไม่พึงใจ

"พี่รู้ภูมิพี่รู้ แต่พอแล้ว ต่อจากนี้พี่จะไม่ให้ภูมิเจอเรื่องแบบนี้อีกแล้ว"

อยากจะจอดรถลงแล้วดึงตัวเข้ามากอดเหลือเกิน ร่างที่สะท้อนเพราะสะอื้นอยู่นั้นเหมือนเขาต้องการใครสักคน โตโต้ตีไฟเลี้ยวจอดข้างทางทันที

"พี่"

เป็นภูมิบุญเองที่โผเข้าหา

"ครับภูมิ ไม่มีอะไรแล้วนะ"

กอดปลอบอยู่

"พี่รู้ว่าเราไม่อยากทำ แต่ครั้งนี้พี่ไม่ว่า พี่แค่ไม่อยากเห็นภูมิมีแววตาแบบนั้นอีก รู้ไหมพี่ใจหาย"

โตโต้เองก็พยายามปลอบประโลมอยุ่จนภูมิบุญเงียบลง

"รู้ไหมภูมิทำพี่กลัวนะเนี่ย"

โตโต้ล้อเลียนก่อนจะขับรถต่อไป

"กลัวก็อย่ามาแหย่สิครับ"

"ฮ่าๆๆ แบบนี้พี่จะไปไหนได้เนี่ย มีแฟนดุขนาดนี้"

หันขวับทำตาเขียวใส่ทันที

"พี่โต้"

ด้านทันพอพาพีทออกมาจากผับแล้วก็ทำท่าจะไปส่งที่คอนโด


"คุณ อย่าเพิ่งไปด้ไหมพาพีทไปไหนก่อนก็ได้ พีทไม่อยากกลับ"


"อ้าวจะไปไหนล่ะคุณ"


ทันร้องขึ้นถามเหลือบสายตามามอง


"ไปโรงแรมก่อนได้ไหม"


"เฮ้ยคุณ ไปทำไมคุณเจ็บขนาดนี้ผมไม่มีอารมณ์ทำอะไรคุณหรอกนะ"


"แต่พีทมี พีทไม่เจ็บหรอกคุณ ช่วยปลอบใจพีทหน่อยได้ไหม เนี่ยเจ็บไปหมดแล้ว"


ทันได้แต่ถอนหายใจอย่างระอา


"เอาข้างทางเลยไหมล่ะ"


"ได้ ที่มืดๆหน่อยนะคุณ"


ไม่ได้เกรงกลัวหรือสะทกสะท้านแต่อย่างใด ร่างกายที่ระบมอยู่มันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกขยาดเลยแม้แต่น้อย พีทเริ่มตั้งแต่พูดจบก้มหัวลงซุกหน้าขาของทัน ทันเองก็ไม่ได้ขัดขืนเพราะต้องการทำให้เขาตายใจ


"เอาพีทแรงๆเลยคุณ เอาแรงๆ"


พอถึงเวลาก็ร้องขอออกมา ทันเองก็กัดฟันทำตามที่บอกเขาใส่ถุงยางอนามัยถึงสองชั้น โดยที่พีทไม่ทันได้สังเกต รู้สึกกลัวขึ้นมาเพราะท่าทางของคนที่กำลังร้องครวญครางอยู่ต่อหน้านี้มันช่างน่ากลัวเสียจริง


"พีทมีความสุขที่สุดเลยคุณ อ่าแรงๆเอาแรงๆ เต็มที่เลย อ่า"


ปากก็พร่ำเพ้อออกมา ทันรีบขยับเอวให้เร็วถี่กว่าเดิม


"อ๊ะ ผมจะเสร็จแล้ว"


"อย่าเพิ่งเสร็จ อย่า"


รีบถอนตัวออกจากเนื้อหนันของทันรีบหันมา ทำเหมือนเดิมถึงถุงยางออกแล้วกลืนกินอย่างไม่รังเกียจ ทันเองที่เป็นฝ่ายแขยงขนลุกขนพองอยู่ แต่ก็ไม่หยุดคิด


"ช่วยพีทหน่อยสิคุณ"


"ออกไปนอกรถเดี๋ยวเปื้อน"


ทันบอกก่อนจะเปิดประตูรถเดินลงไปก่อน พอพีทก้าวตามลงมาก็ทำท่าเป็นรับโทรศัพท์ทั้งที่ไม่มีใครโทรเข้ามา


"หา อะไรนะ อยู่ไหน เออๆ เดี๋ยวไปเลย รอก่อน"


พีทยืนฟังอยู่สีหน้ายังดูปกติ ส่วนทันพอทำท่ากดสายทิ้งแล้วหันหน้ามามองพีทอย่างสลด


"ผมต้องไปก่อนนะคุณ ทวดเข้าโรงบาล เอาไว้มาต่อกันนะ"


"อ้าว แล้วพีทล่ะ"


"โทษทีผมจำเป็นคุณกลับเองนะ"


"คุณ เดี๋ยว คุณ"


ทันไม่ฟังเสียงรีบเดินอ้อนกลับไปเปิดประตูรถแล้วเข้าไปนั่งล็อครถทันทีก่อนจะบึ่งรถออกไป ส่วนพีทยืนอึ้งอยู่รีบดึงกางเกงขึ้น


"โว้ย มันวันอะไรวะ ซวยฉิบหาย"




พอกลับถึงห้องก็ตีหน้าเศร้าร่ำไห้ออกมาโผเข้าไปกอดแทนทวี



"พีท เกิดอะไรขึ้น นี่พีทไปโดนอะไรมา"


แทนทวีเองก็ร้องอกมาเสียงหลงหน้าตาตื่น


"แทน แทนดูสิ น้องภูมิเขาทำร้ายพีท"


"อะไรนะพีท ทำไมเลวแบบนี้"


แทนทวีก่นด่าออกมาสายตาเคียดแค้น


"พีทไปกินข้าวกับเพื่อน อยู่ๆน้องภูมิก็ปรี่เข้ามาทำร้าย แทน พีทไม่ยอมนะ มันเกินไป พีทเจ็บแทนจ๋า พีทเจ็บ"


"ฮึ แทนเองก็ไม่ยอมหรอกนะพีท ทำเกินไปแล้ว ทำไมเป็นคนก้าวร้าวแบบนี้นะ ไม่น่าหลงรักคนแบบนี้เลย"


โพล่งออกมาสายตายังเขียวขุ่น ส่วนพีทก็ซุกอยู่ในอกแล้วแสยะยิ้มออกมาทางปากเหมือนนางร้ายในละครเขาทำ แม้จะยังสะอื้นอยู่ แทนทวีก็กอดปลอบอยู่


"เอาสิภูมิ ชั้นไม่นักเลงสู้แกหรอก แต่อย่าคิดว่าชั้นจะยอม ไม่ได้ด้วยเล่ห์แกก็ต้องเจอชั้นด้วยกล คอยดู"


คาดโทษเอาไว้ในใจสายตาฉายความเคียดแค้นออกมา

(Heroine) ที่นี่ไม่มีนายเอก ฉากเจ็ดสิบเจ็ด

"ป๊อด นังปริมมันจะแต่งงานอาทิตย์หน้าใช่ไหม"


พีทกดโทรศัพท์ไปหาเพื่อนที่สนิทที่สุดที่เคยร่วมปาร์ตี้กัน

"ใช่การ์ดแกก็ได้ไปแล้วนี่ หรือไม่ได้ดู"

"อีนี่ ชั้นถามเพื่อความมั่นใจ โอ๊ยไม่คุยด้วยแล้ว รำคาญ"

พีทหัวฟัดหัวเหวี่ยงใส่เพื่อนแล้วกดสายทิ้งก่อนจะกดเบอร์โทรสัพท์ที่ต้องการแล้วกดสายโทรออก

"ไม่ได้หรอกแก ชั้นวางมัดจำไปแล้ว งานจะเริ่มอยู่แล้วการ์ดก็แจกหมดแล้ว แกจะให้เปลี่ยนแบบนี้ไม่ได้หรอก"

เสียงของเพื่อนว่าที่เจ้าสาวเอ่ยขึ้น

"ไม่ได้เลยเหรอแก ชั้นจะจัดให้เลยนะ"

"แกไม่ลองไปถามนังแคทดูล่ะ มันท้องกับซ้งเห็นมันบอกแม่มันจะจับแต่งงานอยู่นี่"

"เหรอแก งั้นแค่นี้นะ"

เมื่ออีกฝ่ายไม่เอื้อผลประโยชน์ก็วางสายแล้วกดโทรศัพท์ไปหาอีกคนทันที

"อีกแค่อาทิตย์เดียวเองนะครับคุณกานดา ตอนนี้ที่โน่นเราเซ็ทของเตรียมไว้พอสมควรแล้ว วันนี้ภูมิเอาตัวอย่างอาหารโบราณมาให้ลองชิมดู ไม่ทราบว่าพอได้ไหมครับ"

ภูมิบุญกับหินเองก็กำลังเสนองานอยู่ ทางฝ่ายกานดาเองชอบใจกับสิ่งที่ภูมิบุญนำเสนอยิ่งนัก

"ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้วล่ะค่ะน้องภูมิ พี่กานพอใจกับแผนงานมาก รอแค่ถึงวันงานเท่านั้นเอง ไม่ห่วงอะไรแล้ว อาหารก็ถูกใจพี่มากค่ะขอบคุณมาก"

กานดายิ้มออกมาภูมิบุญค่อยโล่งใจ

"เดี๋ยววันพุธพี่จะล่วงหน้าไปที่งานก่อนนะครับน้องภูมิ แล้วน้องบาสสอบเสร็จหรือยังครับ"

หินถามขึ้นระหว่างทางกลับบริษัท

"สอบเสร็จแล้วครับภูมิกับบาสว่าจะไปเช้าวันพฤหัสน่าจะถึงตอนบ่าย ทำทั้งวันน่าจะพอ เรื่องการเตรียมงานเรียบร้อยดีนะครับคุณหิน"

"เรียบร้อยดีครับ ของเราพร้อมแล้ว ดอกไม้ก็คืนวันพุธน่าจะถึง ส่วนอาหารก็ถึงวันงานครับ สถานที่ก็เหลือแค่ไปตกแต่ง"

"ถ้ามีอะไรเร่งด่วนบอกภูมิได้เลยนะครับ"

ภูมิบุญเองนั่งตำแหน่งควบคุมงานเกี่ยวกับการจัดอีเวนท์เต็มตัวแล้ว โดยมีหินเป็นผู้ช่วยส่วนด้านพีอาร์ให้เมย์คอยดูแลให้ งานทุกอย่างในบริษัทเป็นไปอย่างราบรื่น คุณอภิสราเองก็วางมือแล้วไม่เข้ามายุ่งเกี่ยว โตโต้เองก็นั่งแท่นผู้บริหารเต็มตัว มีภูมิบุญเป็นผู้ช่วย

"วันนี้ไปกินข้าวนอกบ้านสักวันไหมภูมิ"

โตโต้ถามขึ้นเมื่อกลับถึงบริษัท

"ได้ครับเดี๋ยวจะได้ชวนบาสไปด้วย"

"ไปกับพี่สองคนไม่ได้เหรอภูมิ ให้บาสมันไปรอที่บ้าน"

โตโต้ส่งสายตาวิงวอน ภูมิบุญเองก็อึกอักอยู่

"นะครับภูมิ พี่ขอสักวัน"

"มีอะไรพิเศษหรือเปล่าครับพี่"

"เอ่อ ไม่มีหรอกครับ พี่แค่อยากกินข้าวกับภูมิสองคน ได้ไหมครับ"

เสียงนุ่มทุ้มเสียดใจเหลือเกิน ภูมิบุญได้แต่เม้มปาก กลับมาย้อนหวนคิดถึงใจตัวเอง ตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้าเขา เหตุการณ์ต่างๆที่ผ่านไป สิ่งที่เขาทำไว้กับตัว สิ่งนี้มันคาใจ สิ่งที่จริงๆแล้วอยู่ส่วนที่ลึกที่สุดในใจนี่เรารู้สึกยังไงกับเขากันแน่ ภูมิบุญตั้งคำภามให้กับตัวเอง

"วันนี้วันเกิดพี่ สิ่งเดียวที่อยากได้ในโลกนี้คือการที่ภูมิมานั่งกินข้าวกับพี่แค่นี้ล่ะ"

โตโต้เผยความในใจออกมา สายตามองภูมิบุญหวานฉ่ำ

"อ้าวแล้วทำไมไม่บอกล่ะครับพี่โต้ ภูมิจะได้เตรียมของขวัญให้"

ภูมิบุญพูดแก้เขินไป

"ไม่ต้องหรอกครับภูมิ แค่นี้พี่ก็พอใจแล้ว"

ทำไมหัวใจถึงเต้นแรง เหมือนเลือดในกายมันร้อนวิ่งพลุ้งพล่านอยู่ทั่วร่าง เกิดอะไรขึ้นทำไมหัวใจมันไหวเอนได้มากถึงเพียงนี้ ทำไมสายตาของเขามันช่างหวานเสียจริง หวานจนไม่อาจหลบไปไหนได้

"น้องภูมิคะ ทำไมทำกับพี่กานแบบนี้ ไม่ไว้หน้ากันเลย เห็นพี่กานเป็นอะไร พี่กานอุตส่าห์ไว้ใจ ทำแบบนี้กับพี่ได้ยังไง"

พอเช้าวันใหม่ ยังไม่ทันจะเที่ยงกานดาก็โทรศัพท์เข้ามาโวยวายกับภูมิบุญ ตกใจอึ้งงงไปหมด

"เอ่อ คุณกานดาใจเย็นๆนะครับ เกิดอะไรขึ้นครับ"

ไม่รู้จะถามอะไรออกไปดี เพราะน้ำเสียงของกานดาเหมือนคนทั้งโกรธทั้งร้องไห้ผสมกัน

"ยังมีหน้ามาถามอีก ไปเปิดดูนิตยาสาร"

กานกาบอกชื่อนิตยสารออกมาร้องไห้ฟูมฟายอยู่พักใหญ่จึงวางสายไป

"น้องภูมิๆ แย่แล้ว มีคนก็อบตีมงานของคุณกานดาไป ทั้งดุ้นเลยน้องภูมิ"

แค่วางสายไปจริงๆหินก็วิ่งเข้ามาหน้าตาตื่น ในมือถือนิตยาสารในแวดวงสังคมไฮโซ ภูมิบุญใจสั่นระทึก โตโต้เองก็ลุกขึ้นเดินมาหา

"งานเพิ่งมีไปเมื่อคืนก่อน ดูเหมือนจะมีการเร่งพิมพ์ออกมาด้วยนะครับ ปกตินิตยาสารฉบับนี้จะออกทุกสิ้นเดือน เพื่อนพี่โทรมาบอก"

หินเปิดหน้าที่เหมือนเอามือสิบมือมารุมตบหน้าภูมิบุญให้ชาร้อนอยู่ ปากก็เล่าเรื่องราวที่น่าจะเป็นให้ฟัง

"ใครกัน เลวที่สุด"

ภูมิบุญแค่ปราดตาดูก็รู้ว่าชิ้นงานที่แสดงให้เห็นอยู่ต่อหน้าเป็นงานของตน งานของบาสที่คิดออกมา ตีมงานดอกไม้ แม้จะไม่ใช่ทุกอย่างแต่แกนหลักของงานมันเหมือนกันทุกอย่าง เหมือนกันชนิดที่เรียกว่าเป็นงานเดียวกันกับของคุณกานดาเลยก็ว่าได้

"ไม่ทราบเหมือนกันนะครับน้องภูมิ คนของเราไม่มีทางทำแบบนี้แน่ๆ เพราะแบบมีพี่กับต้น ในแผนกเท่านั้นที่รู้ ไม่มีทางครับน้องภูมิ"

"ไปพบคุณกานดากับผมหน่อยครับคุณหิน"

เสียงขรึมสายตาครุ่นคิดอยู่

"ไหวไหมภูมิ ให้พี่ไปด้วยไหม"

โตโต้เดินมาจับบ่าของภูมิบุญเอาไว้

"ไม่เป็นไรครับ ภูมิต้องไปขอโทษคุณกานดาด้วยตัวเอง"

ภูมิบุญบอกแล้วเดินออกจากห้องไป หินรีบวิ่งตามออกมา พลอยเองก็หน้าตาตื่นแต่ภูมิบุญได้แต่พยักหน้าให้ ส่งสัญญาณให้รู้ว่าเดี๋ยวเล่ารายละเอียดให้ฟัง

"บาสเหรอ สอบเสร็จยัง"

ภูมิบุญกดโทรศัพทไปหาบาสทันที

"เสร็จพอดีพี่ภูมิ วันสุดท้ายแล้วโล่งจังเลย"

"บาส แบบงานของคุณกานดาน่ะ ร่างให้พี่ใหม่ได้ไหมเอาวันนี้เลย บาสร่างไว้คร่าวๆอยู่แล้วใช่ไหม เอามาทั้งหมดมารอพี่ที่บริษัท"

"หา เกิดอะไรขึ้นพี่ภูมิ"

"เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง รีบหน่อยนะบาส"

ภูมิบุญกดวางสายจากบาสแล้วโทรบอกพลอย ไม่ให้พลอยพูดอะไรแค่เล่าในสิ่งที่จำเป็นต้องบอกกับบาส แล้ววางสายไป

"ใจเย็นๆนะครับน้องภูมิเรายังไม่รู้เลยว่าใครเป็นคนทำ"

"ใครเป็นออร์กาไนเซอร์งานนี้ครับ คุณหินสืบให้ได้ไหมว่าเจ้าสาวเป็นใคร เจ้าบ่าวเป็นใคร แล้วใครเป็นคนจัดงาน ตีมงานได้มาจากไหน ภูมิขอคำตอบก่อนไปถึงบ้านคุณกานดานะครับ"

ถือเป็นคำสั่ง หินรีบลนลานกดโทรศัพท์ออกไปหาเพื่อนทันที ภูมิบุญที่นั่งอยู่ข้างๆหันหน้าออกนอกกระจกเปิดดูในนิตยสารไม่มีชื่อบอกเอาไว้ เม้มปากแน่น พอจะดุดึงดันขึ้นมาหินเองถึงกับไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา สายตาของภูมิบุญดูโกรธจัดไม่ลงง่ายๆ

"แวะร้านดอกไม้ด้วยครับ"

ภูมิบุญบอกคนขับรถ เขาก็ตอบรับ กว่าจะไปถึงบ้านของคุณกานดาก็เกือบชั่วโมงเข้าไปแล้ว หินเองได้คำตอบแค่ใครเป็นเจ้าสาวกับเจ้าบ่าว แต่เรื่องคนจัดงานกำลังจะได้คำตอบ แต่ภูมิบุญลงจากรถไปแล้ว

"ฮึ พี่เสียใจมากนะคะน้องภูมิ ทำไมทำกันแบบนี้ แล้วนี่พี่ยังจะมีหน้าจัดงานไปได้ยังไง"

แค่เพียงเห็นหน้ากานดาเองก็ไม่ยอมมองหน้าโกรธจัด แม้คนที่เป็นว่าที่เจ้าบ่าวจะพยายามบีบมือไว้

"ภูมิต้องขอโทษคุณกานดาด้วยนะครับ ภูมิไม่รู้จริงว่าตีมงานของเราจะไปซ้ำกับงานของคนอื่น"

"พี่ไม่รู้ล่ะค่ะ ยังไงก็ไม่เอาแล้ว ไม่ไว้หน้าพี่เลยอะไรกัน"

"ใจเย็นๆสิกาน ฟังน้องเขาก่อน"

ภูมิบุญก้มหน้านิ่ง

"ภูมิขอแก้ตัวได้ไหมครับ"

"ยังไงคะ งานพี่มีศุกร์นี้แล้ว แล้วนี่มันก็วันจันทร์ จะแก้ยังไงพี่ไม่เอางานที่ซ้ำกับคนอื่นนะคะ อะไรกันใช้ไม่ได้เลย"

ร้องไห้ออกมาด้วยความคับแค้นใจ ภูมิบุญได้แต่แน่นิ่งอึ้งอยู่ลำบากใจมากเหลือเกิน นี่มันเกิดอะไรขึ้น

"แน่ใจเหรอครับน้องภูมิว่าไม่มีใครทราบเรื่องนี้"

"ครับคุณประภัส บริษัทเรามีคนรู้อยู่ไม่กี่คน ไม่มีทางจะออกไปจากทางบริษัทเราแน่ๆครับ อีกอย่างคนในงานก็ไม่มีใครรู้จักมักจี่"

"แล้วเพื่อนน้องภูมิคนนั้นล่ะคะ ที่เค้ามาขอไปงานของเราเราน่ะภัสจำได้ไหม"

กานดาพูดขึ้นทั้งน้ำตาภูมิบุญปราดตาขึ้นมองทันที

"คนไหนครับคุณกานดา"

"ชื่ออะไรนะภัส พีทหรืออะไรนี่ล่ะ"

ถอนหายใจออกมาภูมิบุญแสยะยิ้มออกมา

"คุณกานดาครับ นั่นไม่ใช่เพื่อนผม"

ภูมิบุญตัดสินใจเล่าเรื่องราวของพีทให้กานดาฟัง เรื่องที่เขาเคยแย่งแทนทวีไปจากเขาและเรื่องที่ไม่ลงรอยกัน

"ตายจริง นิสัยแย่มาก พี่กานก็ว่าอยู่ทำไมเขาถึงมาดึงแผนงานของพี่ไปดู"

"คุณกานดาไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวภูมิจะปรับเปลี่ยนทุกอย่างให้ใหม่ ขออย่างเดียว ขอความไว้วางใจให้ภูมิอีกสักครั้ง นะครับคุณกานดา ภูมิต้องขอโทาด้วยที่ให้เรื่องส่วนตัวมาทำให้งานของคุณกานดาเสีย"

ภูมิบุญอ้อนวอนน้ำตาปริ่มออกมา กานดาหันไปมองว่าที่เจ้าบ่าวซึ่งพยักหน้าช้าๆ

"ไม่เป็นไรค่ะน้องภูมิ พี่กานเข้าใจ แต่ขออย่าได้ทำกับพี่กานแบบนี้อีก งานแต่งงานมันสำคัญมากสำหรับพี่กาน ยังไงพี่กานฝากด้วยนะคะ"


กานดาเองก็พูดออกมาเสียงเครือ เสียงที่บีบคั้นความรู้สึกได้ดีเหลือเกิน นี่เขากล้าทำเรื่องแบบนี้กับคนที่กำลังจะแต่งงาน เขาไม่รู้จักแยกแยะแม้กระทั่งเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวเลยหรือ เอาความรักของคนอื่นมาเป็นเรื่องล้อเล่นหรือเห็นเป็นสาแก่ใจตัวเองได้ยังไง
"บาส ไหนแผนงานพี่ขอดูหน่อย"

พอกลับถึงบริษัทก็เห็นบาสนั่งรออยู่กับโตโต้ในห้องทำงานแล้วมีพลอยเดินเข้ามาสมทบ

"คุณหินครับ เชิญคุณต้นด้วยนะครับ จะได้แจงงานกันเลย"

ภูมิบุญหันไปบอกหินรายนั้นรีบกดโทรศัพท์ไปบอกเพื่อนร่วมงานทันที

"เกิดอะไรขึ้นภูมิ ใครทำ"

โตโต้ถามขึ้นเสียงขรึม

"คิดว่าน่าจะเป็นแฟนที่แทนครับ เพราะเห็นเข้าไปหาคุณกานดาและอ้างตัวว่าเป็นเพื่อนของภูมิ แล้วขอดูแบบงาน"

"ชาติชั่ว มันจะเอายังไง"

โตโต้โพล่งขึ้นเสียงดุห้วนทันที

"เชี่ยที่สุด มันขโมยความคิดผมไปนะพี่"

"อีนี่ มันวอนซะแล้ว ต้องจัดการนะภูมิ"

คนในห้องก่นด่ากันทุกคน ภูมิบุญครุ่นคิดอยู่ก่อนจะถอนหายใจออกมา

"ตอนนี้เรามาช่วยกันเลือกแผนงานแล้วส่งไปเสนอให้คุณกานดาก่อนดีกว่า เราไม่มีเวลามากขนาดนั้น พลอยเตรียมจดให้เราด้วยนะ"

ภูมิบุญบอกเพื่อนรักพลอยเองก็พยักหน้าแม้จะยังโมโหอยู่

"พี่ไม่ยอมนะภูมิ พี่จะให้คุณอนิรุธจัดการ"

"ครับพี่โต้ เรื่องนั้นเราค่อยว่ากัน ภูมิเองก็ไม่ยอม"

ภูมิบุญหันไปพูดกับโตโต้แล้วหันมาที่บาสที่ทำหน้าสุดเซ็ง

"ไหนบาส อ้อคุณต้นเชิญครับ"

พอเห็นหินเดินเข้ามาพร้อมกับต้นก็เชิญให้นั่ง ภูมิบุญยืนอยู่ข้างๆโตโต้กับบาส ก่อนจะนั่งลงตรงโต๊ะรับแขกในห้องแล้วนั่นล้อมวงกันอยู่

"คุณกานดาครับ ภูมิขอรบกวนอีกอย่างได้ไหมครับ ไม่ทราบว่าคุณประภัสชอบสีอะไรครับ หรือชอบดอกไม้ไหม"

พอคุยกันไม่ลงตัวสักทีก็กดโทรศัพท์ไปหากานดาอีกรอบ

"ชอบสีส้มโอรสค่ะน้องภูมิ ส่วนดอกไม้ไม่เห็นพี่ภัสชอบนะคะ"

"ขอบคุณมากครับคุณกานดา อีกไม่เกินชั่วโมงภูมิจะส่งเมล์ไปให้ดูนะครับ"

ภูมิบุญกดวางสายแล้วหันหน้ามองทุกคน

"แบบนี้เป็นไงพี่ ถ้าเขายังอยากได้ดอกไม้สีขาวอยู่ แล้วถ้าชอบสีส้มๆอ่ะ"

บาสลากเมาส์ไปมาบนโน๊ตบุ้กของตัวเองแล้วหันไปให้ภูมิบุญดู

"บาส"

ภูมิบุญร้องออกมาตาโต ทุกคนจึงมาล้อมวงกันดู

"โห สุดยอดบาส พี่ยอมเราจริงๆ แน่มากๆ"

หินร้องขึ้นบ้าง

"ไหน"

โตโต้ร้องออกมาบ้างแล้วไปเกาะบ่าบาส

"เออ เข้าใจทำ เรามีหัวทางด้านนี้จริงๆนะพี่ว่า รีบเรียนให้จบเร็วๆแล้วมาช่วยพี่ภูมิเขาทำงาน"

"แหมเฮีย อันนี้แค่ร่างๆครับ ผมขอเวลาอีกครึ่งชั่วโมงจะเอาให้แจ่มกว่านี้ ผมรับรอง"

บาสพูดแล้วดึงเครื่องกลับเข้าหาตัวเอง ที่เขาร่างไว้คือแบบที่เน้นดอกไม้สีขาวสลับกับสีส้มอมชมพู ป้ายชื่อของคู่บ่าวสาวก็ทำขึ้นด้วยดอกไม้เน้นกุหลาบขาว แบบที่วาดออกมามันสวยเตะตาทีเดียว ภูมิบุญเองก็ปรึกษากับลูกทีมว่าต้องการอะไรเพิ่มลดอะไรบ้าง แจงงานให้ทุุกคน หินจากที่จะไปเขาค้อวันพุธก็ออกเดินทางไปพร้มต้นเลยหลังจากที่ได้รับงานเสร็จ ส่วนบาสพอร่างแบบลงสีเสร็จก็ให้ภูมิบุญปรับแก้อีกนิดหน่อยจึงส่งแบบไปให้กานดาอนุมัติ

"น้องภูมิ ขอบใจมาก ขอบใจจริงๆ สวยกว่าอันที่แล้วอีก ขอบใจมาก"

เสียงเหมือนร้องไห้ออกมาอีก

"คุณกานดาชอบใช่ไหมครับ ภูมิขอโทษอีกครั้งที่ทำเรื่องน่าอายแต่ครั้งนี้คนที่เห็นคือภูมิกับทีมงานห้าคนเท่านั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีกภูมิจะรับผิดชอบเองครับ"

ภูมิบุญแสดงความรับผิดชอบออกไป กานดาเองก็รู้สึกพอใจกับสิ่งที่ได้เห็น พอคุยอยู่กับกานดาสักพักก็วางสาย แล้วหันมาพยักหน้าให้บาส

"อ่า โล่งใจหน่อย แต่โต๊ะต้องเปลี่ยนใหม่นะพี่ เราไม่ขาดทุนเหรอ"

"อืม พี่ว่าเราให้ช่างต่อเป็นอีกชั้นได้ไหม เพราะของเราที่มีเป็นไม้ทึบ ถ้าให้ช่างต่อวันนี้น่าจะทัน"

ภูมิบุญกดโทรศัพท์ออกไปหาหินสั่งงานออกไป

"ภูมิ เราโตขึ้นเยอะมากเลยนะ พี่ภูมิใจในตัวเราจริงๆ"

โตโต้พูดขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน มีบาสนั่งเปิดคอมฯอยุ่ด้านหลังทำเป็นไม่สนใจ

"ขอบคุณครับพี่โต้ แต่ไม่หรอก มันเป็นความรับผิดชอบของภูมินี่ครับ"

"แล้วเรื่องนี้เราจะจัดการยังไง พี่จะเล่นให้หนักเลยนะ"

"ภูมิมีวิธีของภูมิครับพี่โต้ไม่ต้องห่วง"

ฉายแววตาที่ไม่ค่อยได้เห็นในช่วงหลังออกมา แววตาที่แค้นระอุ แววตาที่อัดแน่นไปด้วยเพลิงของความเคียดแค้นที่พร้อมทุกเมื่อที่จะประทุออกมา

"พี่ทันเหรอครับ ภูมิรบกวนอะไรพี่ทันหน่อยสิครับ"

พอกลับถึงบ้านก็กำชับทั้งสองคนไม่ให้เอ่ยเรื่องนี้ที่บ้านอีก ไม่อยากให้คนในบ้านต้องเป็นกังวลใจ ภูมิบุญนั่งอยุ่ในห้องพักของตัวเอง เล่าเรื่องให้ทันฟัง

"ให้พี่ทำยังไงว่ามาเลยครับภูมิ"

บอกความประสงค์ออกไปทันเองก็รับฟังอยู่

"พี่ทันอย่าลืมนะครับว่าเราจะต้องไม่รู้จักกัน และต้องมั่นใจว่าที่ตรงนั้นภูมิจะแสดงอิทธิฤทธิ์ได้อย่างเต็มที่"

"ฮ่าๆๆ อย่าเอาให้ถึงตายนะภูมิ ปล่อยไว้ให้พี่เล่นมันด้วย"

พอวางสายจากทันภูมิบุญเองก็อาบน้ำชำระร่างกายแต่งตัวด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำกางเกงยีนส์สีดำเหมือนคราวที่ไปงานวันเกิดของนิตาคราวนั้น

"ภูมิจะไปไหน"

โตโต้เห็นภูมิบุญกำลังจะเดินออกจากบ้านไป การแต่งตัวที่ไม่เคยเห็นมานาน นานจนจำไม่ได้

"ภูมินัดคุยงานกับคุณกานดาอีกน่ะครับพี่โต้"

"อย่ามาหลอกพี่ จะไปไหน"

โตโต้จับข้อมือไว้แน่นสายตาเค้นเอาคำตอบ ภูมิบุญถอนหายใจออกมา

"จะไปเจอพี่แทน ภูมิจะไปคุยให้รู้เรื่องว่าจะเอายังไง"

"ทำไมไม่บอกพี่สักคำ"

เสียงห้วนดุขึ้นทันที

"ภูมิไม่อยากให้"

"ไป ไปด้วยกัน ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก รุ้ไหมว่าพี่เป็นห่วง"

โตโต้ทั้งที่อยู่ในชุดลำลองกางเกงผ้าฝ้ายขาสั้นเสื้อยืดธรรมดา ดึงแขนภูมิบุญไปที่รถ

"พี่โต้ ไปเปลี่ยนกางเกงก่อนดีไหม เดี๋ยวเข้าผับไม่ได้"

ภูมิบุญร้องออกมา โตโต้นิ่งคิดอยู่ก่อนที่จะลากแขนภูมิบุญขึ้นไปบนห้องด้วยเพราะกลัวว่าจะหนีไปคนเดียว ภูมิบุญไม่ได้ขัดขืนอะไรเดินตามโดยดุสดี ไม่มีอะไรต้องปิดใคร จะมามัวแอบเก็บงำเอาไว้ในใจแล้วแก้ปัญหาไปคนเดียวน่ะหรือไม่มีทาง เรื่องจริงคือเรื่องจริง ความจริงแม้จะตีไข่ใส่สีไปบ้าง แต่มันจะต้องไม่อยู่ในใจเพียงคนเดียว

"คุณออกมาเจอกันหน่อยสิ ที่เดิมนะ คิดถึงอยากเจอ"

ทันเองก็ทำตามคำขอของภูมิบุญกดโทรศัพท์นัดแนะกับพีททันที

"คิดถึงพีทเหรอคุณ ได้สิเดี๋ยวไปที่เดิมนะ"

รายนั้นกำลังดีใจจากคำชมจากงานที่เขาฉกมันมาจากคนอื่น ปัญญาของคนอื่นแต่เขากลับลอยหน้าลอยตา บอกว่า ผมครับ ผมทำเอง งานนี้เป็นฝีมือของผมเองครับ ไม่ได้ระแวงใจอะไร

เสียงเพลงในสถานที่อโคจรดังแว่วออกมา ภูมิบุญนั่งอยุ่มุมในสุดของร้านมีโตโต้นั่งประกบอยู่ สายตาของภูมิบุญยังมั่นคงเรื่องความแค้นไม่ได้คิดอยากจะทำแบบนี้ ไม่ได้อยากจะให้ความแค้นมันไม่ยอมไปไหนเสียที ให้อภัยเหรอได้นะ ให้อภัยอยู่แต่ถ้าทำแบบนั้นแล้วคนพรรค์นั้นคนจำพวกอย่างพีทเขาจะรับรู้ไหมว่าเราได้แผ่เมตตาให้ทุกคืน ให้หมดเวรหมดกรรมกันไป แต่เขาก็ยังไม่ยอมหยุด แล้วจะให้ทำยังไงถึงจะยอมหยุด ไม่มีหรอกนะที่จะมานั่งส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่เป็นไร ไม่มีที่นี่ ทำอะไรมา ให้มันรู้เสียบ้างว่าคนอื่นเขาก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับที่ตัวเองกำลังจะโดนอยู่นี้

วันจันทร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2553

(Heroine) ที่นี่ไม่มีนายเอก ฉากเจ็ดสิบหก

"คุณกานดาครับ นี่น้องภูมิครับคนดูแลงานของคุณกานดา"


เสียงของหินแนะนำให้รู้จักกับภูมิบุญ หญิงสาววัยรุ่นตอนปลายหน้าตาท่าทางดูดีมีสกุลยิ้มหวาน ชายหนุ่มที่นั่งข้างๆก็ท่าทางไม่แตกต่างกัน แสดงให้เห็นถึงฐานะของบุคคลทั้งสอง ภูมิบุญยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม

"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ยังดูเด็กๆอยู่เลยนะคะน้องภูมิ เก่งจังค่ะ"

"ยินดีที่ได้รับใช้เช่นกันครับคุณกานดา คุณประภัส ดูแบบงานแล้วหรือยังครับพอใช้ได้ไหมครับ"

"พี่กานชอบแบบนี้ค่ะน้องภูมิ ดอกกุหลาบสีขาว มีน้ำพุ สวยมากค่ะพี่กานชอบ"

กานดาเปิดสมุดรูปแบบของงานที่ตนชอบให้ภูมิบุญดู

"อ้อ แบบนี้น้องผมเป็นคนคิดเองครับ"

บาสเป็นคนคิดแผนงานนี้ขึ้นมา เพราะหลังจากทราบแก่นของงานว่าตัวคุณกานดาเองชอบดอกไม้สีขาว จึงคิดแบบนี้ออกมา ภูมิบุญยิ้มพอใจ

"จริงเหรอคะน้องภูมิตายจริงเก่งทั้งน้องทั้งพี่เลยนะคะ ส่วนเรื่องอาหารพี่กานอยากได้เป็นอาหารไทยโบราณน่ะค่ะน้องภูมิ สลับกับค็อกเทลจัดเป็นมุมได้ไหมคะ"

ภูมิบุญเอาปากกาขึ้นมาจดอย่างตั้งใจ

"น้องภูมิครับ ท่าทางคุณกานดาชอบน้องภูมิมากเลยนะครับ พี่ว่ายกงานนี้ให้น้องภูมิดูแลไปเต็มตัวดีกว่า เพราะพี่มีอีกงานเป็นงานเปิดตัวสินค้าที่เชียงใหม่ จะได้ลงงานนั้นเต็มตัวไปเลย"

หินพูดขึ้นระหว่างเดินออกมาจากการพบกานดา

"จะดีเหรอครับคุณหิน ไม่ดีกว่าครับ ภูมิอยากช่วย มันเป็นงานของคุณหินอยู่แล้ว ไม่เอาหรอกครับ ภูมิเป็นที่ปรึกษาให้คุณหินดีกว่า"

"โห น้องภูมิพี่คิดว่าจะได้สบายหัวซะหน่อย ไม่เป็นไรครับ แต่งานนี้คุณกานดาเขารีเควสตัวน้องภูมิเลยนะครับ"

"ไปแน่ครับคุณหิน"

ทั้งสองเดินออกมาจากร้านอาหารที่นัดคุยกัน เดินไปขึ้นรถก่อนกลับเข้าบริษัท

"หึหึ เดี๋ยวแกเจอชั้นหน่อยสิไอ้ภูมิ"

มีสายตาอยู่คู่หนึ่งที่เฝ้ามองอยู่ตลอดเวลา พีทก้าวลงจากรถแล้วเดินปรี่เข้าไปข้างในร้าน เขาสืบทราบมาว่ากานดากับภูมิบุญนัดคุยงานกันที่นี่ เขาจึงตามมาสังเกตการณ์

"อ๊ะ คุณกานดาใช่ไหมครับ สวัสดีครับ ผมพีทนะครับ จากเอ็นออร์การ์ไนเซอร์ พีทขอรบกวนเวลาคุณกานดาสักนิดได้ไหมครับ"

พีทถือวิสาสะเข้าไปทักทายโดยที่คนทั้งสองมองหน้ากันอย่างงงๆ พีทนั่งลงต่อหน้าทันที

"ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ"

"อ้อ คือพีทจะมาแสดงความยินดีด้วยกับคุณกานดากับคุณประภัสน่ะครับ พีทเป็นเพื่อนกับน้องภูมิ เห็นน้องภูมิบอกว่าคุณกานดาจะไปจัดงานแต่งที่เขาค้อ ถ้าไม่รบกวนวันงานพีทขอไปช่วยอีกแรงได้ไหมครับ พอดีขอภูมิเขาแล้ว เขาบอกว่าให้มาขอคุณกานดาเอง"

ทั้งสองมองหน้ากัน

"เอ่อ แล้วแต่น้องภูมิสิคะ ไม่เห็นต้องมาขอกานเลย"

"อ้อ ไม่ได้หรอกครับคุณกานดา เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ใครจะเข้าจะออกง่ายๆไม่ดีแน่ๆ จริงไหมครับ แบบงานที่เลือกไว้แบบนี้เหรอครับ ตายจริงสวยมาก"

ถือวิสาสะหยิบแบบงานที่วางอยู่ข้างๆกานดาขึ้นมาดู สายตากวาดมองอย่างรวดเร็ว

"เนี่ยคุณกานดาทราบไหมครับ ว่าน้องภูมิน่ะเก่งมากจัดหลายงานมีแต่คนประทับใจ แต่พีทเองก็จัดงานแต่งนะครับ มีอะไรเราปรึกษากันตลอด อยากเห็นวันงานเร็วๆจังเลยนะครับ"

สายตาไม่ได้ใส่ใจปฏิกริยาของคนทั้งคู่เลย พูดในสิ่งที่ตนอยากพูด เข้าประเด็น พอไม่มีอะไรจะพูดต่อก็ขอตัวเดินหนีออกมาทันที

"เราจะได้เห็นกัน คิดแบบงานเก๋ดีนี่"

สายตาฉายออกมาแล้วแสยะยิ้มออกมา

"บาสเก่งมาก เจ้าของงานเขาชอบแบบที่บาสเลือกมากนะ เสร็จงานนี้พี่จะเพิ่มค่าขนมบาสด้วยนะ"

ภูมิบุญพูดขึ้นตอนกลับบ้านเพราะวันนี้บาสจะไปค้างที่บ้าน

"จริงเหรอพี่ โห ดีใจจังอ่ะ"

บาสร้องขึ้นสีหน้าท่าทางดูดีใจ

"เก่งมากบาส รีบเรียนให้จบนะจะได้ออกมาช่วยพี่ภูมิ"

โตโต้เสริมเอี้ยวคอมายิ้มให้

"ครับเฮีย ผมจะตั้งใจเรียน ดีใจจังเลย"

"ยังมีแบบที่คิดไว้อีกหลายแบบใช่ไหม พี่จะได้เอาไปเสนอลูกค้าคนอื่น"

"มีเยอะเลยพี่ ผมว่างๆคิดไว้ตลอด เวลาพักกลางวันก็นั่งคิด"

"เรียนก็เรียน ว่างค่อยคิดดิบาส"

เสียงเข้มดุขึ้นมา บาสทำหน้าจ๋อยลง

"พี่โต้อย่าว่าบาสเลยครับ ดีกว่าเอาเวลาว่างไปทำอย่างอื่น เดี๋ยวนี้ทำโฟโต้ช็อปเก่งแล้วนี่ วันก่อนบาสยังมาสอนภูมิเลย"

คนที่นั่งเคียงข้างมาปราม โตโต้จึงเงียบไป บาสเองแอบยิ้มออกมา

"แทน วันนี้ออกไปข้างนอกไหม"

"ไปไหน"

"ไปกินข้าวสิแทน เป็นไงบ้างงานของแทนน่ะ"

พีทถามขึ้นหลังจากวางกระเป๋าลงบนโซฟาเดินไปเปิดตู้เย็นหาน้ำดื่ม

"อืมก็ดีนะ ไม่มีอะไรมาก ของพีทล่ะ"

"ก็ดี ไม่น่าเบื่อ มีอะไรสนุกๆให้ทำเยอะ หึหึ"

สายตาจ้องมองไปแล้วแสยะยิ้มออกมาเหมือนเคย ทั้งคู่ตกลงไปทานข้าวเย็นกันที่โรงแรมชื่อดังแถวสุขุมวิท

"กินอาหารอิตาเลียนเนอะแทน ไม่ได้กินมานานแล้ว"

"อืม ได้ๆ"

แทนทวีดูเนือยๆไปเพราะเวลาทำงานก็ทำงานหนัก และความเครียดที่ครอบครัวมอบให้มันก็สุมรุมอยู่ เพราะทางบ้านไม่มีใครคุยกับแทนทวีนอกเรื่อง ไม่ถามสารทุกข์สุกดิบ คุยแค่เรื่องงานสองสามคำ หน้าตาของแทนทวีเศร้าหมองลงมาก พอเดินเข้าไปในร้านอาหารอิตาเลียนก็เลือกที่นั่ง สายตาของพีทเหลือบไปมองเห็นหญิงชายคู่หนึ่ง สะดุดตากับฝ่ายชายที่หน้าตาดูผุดผ่องต้องตาเป็นยิ่งนัก

"เอาตรงนี้ดีกว่าแทน"

เลือกที่นั่งถามออกไปแต่นั่งลงบนเก้าอี้แล้ว แทนทวีเองก็ไม่ได้สังเกตนั่งตาม พีทเลือกที่นั่งที่หันหน้าเข้าหาชายหนุ่ม พอสั่งอาหารระหว่างรอก็ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มโปรยเสน่ห์ ส่วนฝ่ายนั้นเริ่มรู้ตัวสะกิดบอกแฟนสาว ทั้งสองคุยกับซุบซิบอยู่ ส่วนพีทเองพอเห็นว่าทั้งสองรู้ตัวจึงเปลี่ยนมุมมองไปทำเป็นไม่สนใจ พออาหารมาก็ลงมือทานกัน แต่ต้องหยุดลงเพราะเห็นอีกฝ่ายกำลังลุกไปเข้าห้องน้ำเพราะเห็นว่าเขาถามพนักงานเกี่ยวกับทางไปห้องน้ำ พอพนักงานบอกเสร็จเขาก็เดินออกไป พอพ้นแค่ประตูร้านอาหารพีทก็ลุกขึ้นบ้าง

"ไปห้องน้ำแป๊บนะแทน"

พีทลุกตามไปทันที พอเข้าไปในห้องน้ำก็มองไม่เห็นชายคนนั้นที่โถปัสสาวะ แต่เห็นประตูห้องน้ำปิดอยู่ พีทฉายรอยยิ้มออกมา เขาไปยืนรอที่หน้าห้องน้ำทันที พอเสียงปลดล็อคกลอนประตู

"โอ๊ย ลื่น"

ถลาเข้าไปในห้องน้ำที่ประตูกำลังเปิดออก โผเข้าไปกอดเขาอย่างจงใจ

"เฮ้ย"

"อุ๊ยขอโทษครับ พอดีลื่น"

"เป็นอะไรไหมครับ"

"โอ๊ย เจ็บข้อเท้า"

แสดงละครออกมาน้ำเน่าที่สุด แต่สีหน้าของชายไก่อ่อนนั้นดูจะเชื่อสนิทใจ พีทเกาะแขนเขาแน่นไม่ปล่อยสูดเอากลิ่นกายเข้าปอดเพื่อกระตุ้นฮอร์โมนของตัวเอง จงใจเอาหน้าซุกลงไปกับอกพยายามหายใจทางปากให้ไอร้อนแผ่ไปตรงกลางอกของเขา ชายหนุ่มอึดอัดขึ้นมาทันที

"เดี๋ยวผมไปตามคนมาช่วย"

เขาพูดออกมาน้ำเสียงแสดงความลำบากใจออกมา

"ไม่ อย่าเพิ่งไปช่วยพีทก่อน"

พีทเบียดกายเข้าหาเจาะจงเน้นเฉพาะส่วนเขาพยายามเบี่ยงร่างออก แต่พีทก็ลุกไล่ไม่ยอมเช่นกัน

"เอ่อ"

"เจ็บมากดูให้หน่อยได้ไหมครับ"

พีททำท่าครางออกมาใบหน้าเหยเก เขาลังเล

"ตรงไหนครับ"

"ตรงนี้"

ท่าที่ยืนอยู่ตอนนี้คืพีทกำลังเกาะแขนของเขาอยู่หน้าไม่ห่างจากอกเท่าไรนัก เอวก็เบียดอยู่กับส่วนสำคัญของเขาพอเขาถามขึ้นพีทก็ชี้ลงไปที่ข้อเท้า โดยวิธีที่ชี้คือเบียดมือลงไปข้างตัวเอาหน้าโน้มเข้าไปหาเขาประชิดกว่าเดิม มือที่สอดลงมาจงใจให้มันโดนส่วนนั้นเขาสะดุ้งถอยหลังไปนิ้วมือของพีทก็เกี่ยวไปโดนซิปรูดลงทันที

"เฮ้ยคุณ"

เขาผลักตัวของพีทออกทันทีหน้าตาเหวอหวาดกลัว

"ช่วยไหมครับ มันตื่นแล้วนะ"

พูดออกมาทำสายตายั่วยวน

"ไอ้บ้า โรคจิตป่าววะ"

เดินเดินออกจากห้องน้ำทันที

"ควายเอ้ย สวรรค์อยู่แค่เอื้อม โง่จัง"

พีทสบถออกมาก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ

"คุณ เพื่อนคุณน่ะเลวมากเลยนะ ล่วงเกินผมในห้องน้ำ โรคจิตหรือเปล่า"

ชายหนุ่มโวยวายขึ้นทันทีต่อหน้าแทนทวี ด้วยความโมโหและตกใจทำให้เขาไม่สามารถระงับสติได้

"อะไรกันคุณ ใครเขาไปทำอะไรคุณ"

แทนเองก็หน้าตาตื่นเพราะอยู่ดีๆก็มีคนมาชี้หน้าว่าอยู่

"ก็คนที่มากับคุณน่ะ เขาจะทำไม่ดีกับผมในห้องน้ำ"

"อะไรกันครับ แทน มีอะไรเหรอ"

เดินเข้ามาสีหน้าสีตาไม่ได้สะทกสะท้านอะไรเลย

"ไอ้โรคจิต เมื่อกี๊แกจะล่วงเกินกูอยู่เลย"

"อะไรกัน บ้าเหรอคุณ คุณมีหลักฐานอะไรมาว่าผมแบบนี้ ผมฟ้องหมิ่นประมาทคุณได้นะ ผมเป็นใครมีหน้ามีตาขนาดนี้ ผมจะไปทำเรื่องแบบนั้นได้ยังไง"

"ตอแหล เมื่อกี๊แกมาจับของกูอยู่เลย บอกว่าจะอมให้"

"ตายแล้ว แทนอย่าไปฟังเค้านะ อะไรกันน่าเกลียด ใครจะไปทำแบบนั้น สกปรก"

เอามือทาบอกทำสีหน้าตกใจปรี่เข้าไปเกาะแขนแทนทวีที่ลุกขึ้นยืนแล้ว

"มีอะไรกันครับ กรุณาอย่ามีเรื่องกันที่นี่นะครับ ผมขอร้อง"

ผู้จัดการร้านเดินปรี่เข้ามาห้าม ชายหนุ่มคนนั้นถึงหยุดมองหน้าพีทอย่างเคียดแค้น

"พวกสัตว์ประหลาด วิปริตผิดเพศอยู่แล้ว ยังมีหน้ามาทำแบบนี้อีก"

เขาพูดออกมาก่อนจะจูงมือแฟนสาวเดินออกจากร้านไป

"เดี๋ยว เมื่อกี๊ว่าใครเป็นสัตว์ประหลาดนะ"

"พีทไม่เอาอายคนเขา ไปกลับเถอะ"

เม้มปากแน่นยอมเชื่อฟังแทนทวีแต่โดยดี เพราะต่อนหน้าแฟนหนุ่มเขาคือคนที่น่ารักเท่านั้น

"แทนเดี๋ยวแทนไปสั่งกลับบ้านให้หน่อยสิ พีทยังไม่ได้กินเลยอ่ะ อะไรกันอารมณ์เสียแท้ๆ คนเรานี่ก็แปลก ไม่อยากจ่ายค่าอาหารแพงๆ ไม่มีปัญญาแล้วมากุเรื่องขึ้น เข้าใจทำเนอะ"

พีทพูดออกมาแทนทวีเริ่มลังเลใจ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แทนทวีเดินกลับเข้าไปในร้าน พีทรีบปรี่ไปที่ลานจอดรถทันที สอดส่องสายตาหาคู่กรณี พอเห็นเขากำลังจะก้าวขึ้นรถก็วิ่งเข้าไปหา

"เดี๋ยว ไอ้สัตว์ เมื่อกี้มึงด่ากูเหรอ"

ถีบเข้าที่เอวของเขาอัดเข้ากับประตูรถ

"โอ๊ย!!! กรี๊ด!!!! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วย"

"มึงอย่าร้องนะอีชะนี มึงอยากให้ผัวมึงตายเหรอ"

เกรี้ยวกราดขึ้นมือจิกผมของเขาขึ้นคร่อมร่างเอาไว้จับหัวโขกกับพื้นอย่างแรง เลือดไหลออกมา

"กรี๊ดด ช่วยด้วย"

"อีนี่ พูดไม่ฟังใช่ไหม"

พอชายหนุ่มสิ้นแรงพีทก็ปรี่เข้าไปหาหญิงสาวที่กำลังขวัญเสียอยู่ กระชากแขนเข้ามาหาตัวฟาดมือลงไปที่หน้าทันที

"กล้าทำให้กูอายเหรอ พวกแกต้องอายกว่าร้อยเท่า นี่แน่ะ"

"กรี๊ดดด"

"หยุดนะ คุณทำอะไร"

ยามรักษาการประจำชั้นวิ่งกรูกันเข้ามาสองคนจับตัวของพีทเอาไว้

"ปล่อยกูนะ ปล่อย"

เรื่องไปจบลงที่สถานีตำรวจ ทางฝ่ายเสียหายไม่ยอมความ แต่ด้วยบารมีของมารดาของพีท เขาลอยหน้าลอยตาอยู่ไม่ได้สนใจอะไร

"พีท ทำไมพีททำแบบนี้"

แทนทวีถามขึ้นสายตาขุ่นมัวเริ่มสงสัยในพฤติกรรมของแฟนหนุ่ม

"แทน ก็พีทเดินไปรอแทนที่รถ มันก็เข้ามาด่าว่าพีทอีก พีททนไม่ไหวน่ะ อะไรกันพีทไม่ได้ไปหาเรื่องเขาก่อนนะแทน อยู่ดีๆมาว่าพีทเป็นโรคจิต พีทไม่เอาเรื่องก็ดีถมไปแล้ว แล้วนี่อะไรยังมาว่าพีทอีก พีทไม่ยอมนะแทน"

ร้องไห้กระซิกออกมาจับมือแทนทวีไว้แน่น ส่งสายตาวิงวอนขอความเห็นใจ

"โกหก ตอแหล"

"พอๆ อย่ามาทะเลาะกันบนโรงพัก"

ร้อยเวรหนุ่มปรามขึ้น พีทเอามือขึ้นปาดน้ำตาที่สั่งได้ออกแล้วนั่งกอดอกเชิดหน้าไม่สนใจ

"ยังไงผมก็ไม่ยอมนะครับคุณตำรวจแบบนี้มันทำร้ายร่างกายกัน ชัดๆ"

"ฮึ ตามสบาย"

"ไอ้ชั่ว"

เขาปรี่จะลุกขึ้นโผเข้าหา

"คุณ หยุดนะ นี่มันโรงพักนะ ถ้ายังไม่หยุดผมจะขังทั้งสองคนนั่นล่ะ"

"ขังรวมกันสองคนได้ไหมครับคุณตำรวจ"

ยังเอ่ยขึ้นน้ำเสียงไม่ไดกังวลแต่อย่างใด แต่สายตากลับหันไปยิ้มเยาะแสยะปากใส่อยู่

"ไอ้"

ชายหนุ่มกราดเกรี้ยวแต่ร้อยเวรส่งสายตาสยบจึงยอมเงียบ พอมารดาของพีทมาถึงก็ตกลงกับทางผู้ปกครองของอีกฝ่าย ตอนแรกจะไม่ยอมความแต่เสนอเงินไปก้อนใหญ่ทั้งสองจึงยอมความ

"ทำไมดีแต่ก่อเรื่อง"

"แม่ ก็มันมาว่าพีท"

"โอ๊ย ขยันจริงจริ๊งเรื่องก่อเรื่องเนี่ย ไปกลับบ้าน"

"แม่กลับไปก่อนเถอะ พีทจะคุยกับตำรวจก่อน"

"มีอะไรให้คุย"

"แม่ กลับไปก่อนเถอะ พีทขอโทษ"

ยังยืนยันคำเดิมกอดอกหันหลังให้มารดา

"แทน พีทฝากไปส่งแม่ให้หน่อย พีทขอปรึกษากับคุณตำรวจก่อนเดี๋ยวเรากลับ"

"ทำไมไม่กลับพร้อมกัน"

"แทนกลับไปก่อน พีทมีเหตุผลของพีท เดี๋ยวค่อยคุยกัน"

พีทไม่สบตา แทนทวีมองอยู่ด้วยสายตาที่ครุ่นคิด ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกไปกับมารดาของพีท ที่ยังไม่ไปเพราะเห็นนายตำรวจหนุ่มที่เพิ่งมาเปลี่ยนเวร หน้าตาถูกใจยิ่งนัก

"คุณตำรวจครับ ช่วยขังผมที่นี่สักคืนได้ไหม"

ทำให้ตำรวจถึงกับอ้าปากค้าง

"เป็นบ้าเหรอคุณ ใครเขาอยากนอนในคุกบ้าง คุณเป็นบ้าหรือเปล่า"

"คือ ฮึกๆ พีทเป็นคนไม่ดี ทำให้แม่เสียใจ พีทอยากดัดนิสัยของตัวเอง น่ะครับ ได้โปรดเถอะครับคุณตรวจ ให้พีทได้รับรู้ถึงรสชาติของความอัปยศอดสู แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็ยังดี"

ร้องไห้ออกมาคร่ำครวญ ตำรวจเองก็ตกใจ

"ไม่ได้หรอกคุณ คดีมันยอมความกันไปแล้ว เราไม่มีสิทธิ์กักขังประชาชนหรอกครับ"

"แม้ประชาชนจะเรียกร้องเองเหรอครับ"

"ใช่ คุณกลับบ้านไปเถอะ"

ร้องไห้คร่ำครวญอยู่ใส่จริตความเจ็บปวดออกมาแต่ตำรวจก็ไม่ได้ใจอ่อน พีทครุ่นคิดอยู่ก่อนจะลุกขึ้นช้าๆก่อนจะฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้ เดินเซทำท่าล้มไปเกี่ยวเครื่องพิมพ์ดีดของเจ้าหน้าที่ให้ร่วงลงจากโต๊ะ พอเครื่องหล่นอยู่ที่พื้นก็ใช้เท้าเตะให้กระแทกกับผนังห้องเครื่องพิมพ์ดีดกระจายแยกออกเป็นส่วนๆ

"คุณ"

ตำราวจร้องคุณไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเห็น

"งั้นคุณตำรวจก็ขังผมได้แล้วสินะ เพราะทำลายทรัพย์สินของทางราชการ"

ลอยหน้าลอยตาพูด ตำรวจนายนั้นได้แต่กัดฟันแน่นเดินปรี่ออกไปหานายตำรวจคนที่พีทหมายตาเอาไว้ก่อนจะปรึกษากันอยู่ สรุปอยากนอนในกรงตำรวจก็ไม่ขัดความต้องการแต่อย่างใด แต่พีทขอร้องให้แยกขังเพราะไม่อยากอยู่ร่วมกับผู้ต้องหาคนอื่น ทางตำรวจขี้เกียจรำคาญจึงแยกขัง ไม่ได้ทุกข์ไม่ได้ร้อนใจแต่อย่างใดยิ้มกริ่มคิดแผนเอาไว้ในใจ

"พี่ว่าบาสคิดแบบอื่นไว้เยอะๆก็ดีนะ สถานที่เรามันจำกัดพี่กลัวว่าแบบมันจะซ้ำกัน"

ภูมิบุญนั่งคุยอยู่กับบาสและโตโต้ที่ห้องรับแขก กางแผนงานออกมาดู บาสเองวาดแผนงานไว้หลายแบบ

"ไม่หรอกพี่ภูมิ ผมว่ามันท้าทายดีออก ยิ่งสถานที่เราจำกัด มันยิ่งโชว์กึ๋นเรานะว่าแน่แค่ไหน เรื่องแบบซ้ำกันไม่มีทางหรอกพี่ ผมศึกษามาดี"

บาสหัวเราะชอบใจ ภูมิบุญยิ้มออกมา โตโต้เองก็จ้องมองหน้าของภูมิบุญอยู่

"งั้นเดี๋ยวใกล้ๆวันงานพี่จะให้บาสขึ้นไปเขาค้อกับพี่ ขาดโรงเรียนบ่อยไปไหมเรา"

"โอ๊ยไม่เลยพี่ อาทิตย์หน้าใช่ไหม ได้ครับเพราะอาทิตย์นี้สอบ อาทิตย์หน้าน่าจะปิดเทอมพอดี ไม่มีปัญหา ผมจะได้รับงานเต็มตัวเสียที"

"แหม พ่อนักธุรกิจใหญ่ สอบให้ผ่านก่อนเถอะ"

ภูมิบุญหัวเราะออกมา ทั้งสามหัวเราะอย่างมีความสุขก่อนที่จะแยกย้ายกันไปนอน โดยบาสนอนที่ห้องของภูมิบุญเช่นเคย

"คุณตำรวจครับ พีทหิวน้ำ"

พอเห็นสบโอกาสจึงครางขึ้น ดึกมากแล้วมีเพียงเสียงวิทยุที่ตำรวจร้อยเวรหนุ่มเปิดคลออยู่ นายตำรวจนายนี้น่าจะเพิ่งจบมาเพราะหน้ายังอ่อนๆอยู่

"ครับ"

เขาก็ใจดีเดินไปกดน้ำมาให้พีท พอเขายื่นแก้วน้ำให้ พีทก็จับมือของตำรวจทันที

"มือนิ่มจังครับ อุ๊ยน้ำหกใส่"

จริตจะก้านนี่ไม่ต้องห่วง ไม่เคยอาย เพราะคิดเสมอว่าอายก็ไม่ได้สิ่งที่หมาย พอน้ำหกใส่มือตำรวจเขาจะชักมือออกแต่พีทกลับดึงเอาไว้ ก้มลงอ้าปากดูดนิ้วนั้นทันที

"คุณ"

พีทเอาลิ้นวนรอบๆนิ้วดุนๆอยู่ สายตาก็ส่งประกายยั่วยวน นายตำรวจชักมืออกอย่างรวดเร็ว

"อย่ามาทำอะไรแบบนี้บนโรงพัก เดี๋ยวคุณจะโดนข้อหาไม่น้อยนะ"

"ก็เห็นมือเลอะ พีทก็อยากจะเช็ดให้ ที่คุณตำรวจพูด ทำที่นี่ไม่ได้ ถ้าที่อื่นได้เหรอครับ"

"คุณ"

นายตำรวจหน้าแดงขึ้นมาทันที เดินหันหน้าหนีไป

"โอ๊ย"

พีทแกล้งร้องขึ้นอีกเสียงดังพอสมควรพอที่จะทำให้ตำรวจหันกลับมาอีกครั้ง

"เป็นอะไรคุณ"

"เจ็บขาครับคุณตำรวจ อ่า ขาแพลงแน่เลย"

แต่ท่าที่ทำอยู่นั้นมันไม่น่าจะเรียกว่าเจ็บขา เพราะพีทเอาร่องก้นมาสีอยู่ที่ลูกกรงหันหน้ามาทำสายตายั่วยวน ส่ายก้นไปมา นายตำรวจถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมเพชเวทนาคนที่ทำอาการแบบนี้อยู่เบื้องหน้า

"คุณตำรวจช่วยดูหน่อยสิครับ โอ๊ยเจ็บ"

ยื่นขาออกไปนอกลูกกรง ตำรวจยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะก้มลงดูอย่างระมัดระวัง พอเขาก้มลงแค่นั้นพีทก็ทำท่ายั่วยวนส่งสายตาหวานฉ่ำ

"พีทช่วยไหมครับคุณตำรวจ"

"โรคจิต"

นายตำรวจคนนั้นเงยหน้าขึ้นแล้วเดินหนีไปทันที สรุปแล้วต้องนอนในกรงขังฟรีก่อนจะโทรเรียกมารดามาประกันตัวอีกรอบในตอนเช้า

"ทำอะไรรู้จักคิดซะบ้าง อะไรกันก่อเรื่องวันเดียวเยอะแยะแม่เสียเงินไปหลายแสนเรานี่ไม่ไหวนะพีท"

"อย่าบ่นไปหน่อยเลยแม่ ใครจะอยากให้มันเป็นแบบนี้ เอาเถอะเดี๋ยวพีทจะหาคืนให้"

"อายเขาไหม รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น โว้ยกลุ้มใจ"

มารดาของพีทร้องออกมาน้ำเสียงเอือมระอา

"อายทำไมแม่ พีทไม่แคร์ จะแรงแบบนี้ล่ะใครจะทำไม"

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

(Heroine) ที่นี่ไม่มีนายเอก ฉากเจ็ดสิบห้า

"แทน แทน นี่แทนรู้ไหมว่าบริษัทของแม่พีทน่ะเป็นคู่แข่งกับบริษัทที่น้องภูมิทำอยู่นะ"

พีทน้ำเสียงตื่นเต้นเมื่อรู้ว่าสายงานของตนเกี่ยวพันกับภูมิบุญอีกครั้ง

"จริงเหรอพีท แล้วทำไมอ่ะ"

"แหม แทนก็จะลองดูสักตั้งไงว่าหัวของคนที่จบที่นี่กับคนที่จบนอกอย่างเราน่ะ ใครมันจะแน่กว่ากัน"

"อย่าไปยุ่งกับเขาเลยพีท ปล่อยน้องเขาไปเถอะ"

เริ่มรู้สึกผิด ไม่อยากจะทำให้ภูมิบุญเจ็บปวดอีกแล้ว

"แทนไม่ทำก็ไม่ต้องทำสิ อย่าลืมนะว่าภูมิน่ะทำพีทเจ็บแสบไว้มาก ยอมไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ"

"พีท ยกโทษให้น้องเขาเถอะ"

"โว้ย แทน อะไรกัน แค่นี้นะ วันนี้พีทกลับดึกหน่อยนะ มีนัดกินข้าวคุยงานกับเพื่อน"

โวยวายใส่แล้ววางหูไปทันที

"หึ แกเจอชั้นแน่ไอ้ภูมิ มางัดกันสักตั้งซิ ใครมันจะแน่กว่าใคร"

คาดโทษไว้ในใจก่อนที่จะขับรถบึ่งออกไปจากบริษัทของมารดา

"คุณหินครับโปรเจ็กต์ใหม่ที่ของคุณกานดาน่ะครับ ไปถึงไหนแล้ว"

ภูมิบุญเดินมาหาหินที่ออฟฟิศไต่ถามถึงงานที่ตนเองเป็นคนรับผิดชอบเกี่ยวกับการจัดงานที่เขาค้อ

"รอเสนองานอีกครั้งสุดท้ายครับน้องภูมิ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร"

"ครับ งั้นวันไปเสนองานภูมิขอไปด้วยนะครับ จะได้ทำความรู้จักกับคุณกานดาเอาไว้ เพราะลุกค้าคนนี้สำคัญอยากให้ได้งาน"

"ได้ครับน้องภูมิ คุณกานดาแกคงจะดีใจ"

เสียงเพลงที่กระหึ่มดังไม่ได้ช่วยให้จิตใจเคลิ้มไหวไปด้วยเลยแม้แต่น้อย พีทนั่งกัดปากตัวเองอยู่เพราะติดต่อกับทันไม่ได้

"เป็นไรแก หน้างอเชียว ผัวไม่มาเหรอ"

เพื่อนถามขึ้นเพราะสีหน้าของพีทบอกบุญไม่รับ

"ปากดีนะแก คนยิ่งหงุดหงิดอยู่ เซ็งทำไมปิดโทรศัพท์เนี่ย"

"ใครยะ"

"เสือก เบื่อว่ะแก มีอะไรให้ทำดีกว่านี้ไหม"

ตวาดใส่เพื่อนๆไป แต่ทำหน้าไม่สนใจกับปฏิกริยาของเพื่อน ถามเรื่องที่จนอยากรู้ทันที

"ไปตี้กันไหมล่ะ เดี๋ยวชั้นจะได้นัดเด็กให้"

"ก็นี่ไม่ใช่ตี้เหรอ"

"ตี้แบบมีของน่ะย่ะ ทำยังกะไม่เคย"

"เออ ดีเหมือนกัน ไม่ได้ทำนานแล้ว ไปแกชั้นเซ็ง"

ลุกเดินออกมาจากโต๊ะทันที เพื่อนก็เดินตามทั้งคู่ตรงไปยังคอนโดของเพื่อนพีททันที

"ภูมิลูกมานี่หน่อย ป้าได้ของมาจากวัดมารับไปสิจ๊ะ"

คุณอภิสรากวักมือเรียกภูมิบุญลงมาจากรถ โตโต้เองก็เดินตามมา

"ครับคุณท่าน"

"สายสิญจน์จ๊ะ ขอหลวงพ่อมาจะได้แคล้วคลาด"

คุณอภิสราหยิบด้ายสีเหลืองเส้นเล็กๆออกมาจากห่อ ภูมิบุญยกมือขึ้นพนมคุณอภิสราก็ผูกข้อแขนให้

"ของโต้ล่ะแม่"

โตโต้นั่งลงข้างๆภูมิบุญทำสีหน้าล้อเลียนผู้เป็นมารดา

"แหม ของเราแม่ก็ไม่ลืมหรอกนะ มายื่นแขนมา ภูมิรองแขนให้พี่เขาหน่อยสิ"

โตโต้ยื่นแขนไปให้มารดาผูกข้อมือให้ ส่วนภูมิบุญก็ยื่นมือไปแตะแขนของโตโต้ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คนตัวใหญ่คิดไปไกลแสนไกลแล้ว

"ฮ่าๆๆ เหมือนแม่กำลังแต่งงานให้โต้กับน้องเลยนะครับ"

หัวเราะออกมา ภูมิบุญหน้าแดงจัด ตุณอภิสราก็ยิ้มมองหน้าภูมิบุญ

"เรานี่ก็เข้าใจพูดนะตาโต้ มาลูกกินน้ำมะตูมเย็นๆหน่อย มาเหนื่อยๆ"

ยิ้มออกมาเหมือนรู้เห็นเป็นใจกันทั้งสองแม่ลูก ส่วนภูมิบุญนั่งหน้าแดงก่ำอยู่ ใจหวิวๆ

"เรียกเด็กน่ะ ขอที่มันหล่อๆดูเป็นคนได้ไหมนังป๊อด ไม่ใช่คว้าเด็กข้างถนนมา ชั้นไม่กินด้วยหรอกนะ"

พีทร้องบอกเพื่อนที่กำลังกดโทรศัพท์ออกไปเรียกเด็กมาร่วมปาร์ตี้ด้วย

"จ้า แม่คนสวย แกล่วงหน้าไปก่อนเลย ชั้นมีแต่โค๊กนะแก ถ้าอยากอีเดี๋ยวชั้นโทรสั่งอีคริสให้"

"เออ เอามาหมดนั่นล่ะ เซ็งจัดเร็วๆเดี๋ยวดาวน์ก่อน"

พีทรอจานที่กำลังอบในตู้ไมโครเวฟ พอเสียงร้องของเครื่องดังบอกว่าของที่อยู่ภายในสุกแล้วก็เปิดตู้อบเอาจานออกมา

"โอ๊ย ร้อน"

"โง่จริง ไม่เอาผ้ารองล่ะหล่อน"

"แหม ปากดีนะอีป๊อด มาทำให้ชั้นเลยแก"

"ถอยไปอีคุณนาย ได้เรื่องอะไรสักอย่างไหมเนี่ย"

ป๊อดเอาผ้ามาหยิบจานไปนั่งลงบนโซฟา ของในจานไม่ใช่ของกินแต่อย่างใด มีเพียงราบเปื้อนของอะไรสักอย่างสีน้ำตาลเหลืองๆติดอยู่กรัง พอนั่งลงก็เอาบัตรโดยสารรถไฟฟ้ามาขูดเบาๆ พลันคราบนั้นก็กลายเป็นฝุ่นผง ที่ซื้อบัตรโดยสารรถไฟฟ้าเอาไว้ไม่ได้ใช้แต่อย่างใด แต่เอามาทำเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

"มาๆ ชั้นเป่าให้"

ป๊อดหยิบหลอดดูดน้ำขึ้นมาเอาผงนั้นเข้าไปในหลอด พอพีทมานั่งลงใกล้ก็เอาท่อไปจ่อที่จมูกเป่าลมเข้าไปเต็มแรง

"สัตว์ อ่าขึ้นหัวเลยแก"

"เป่าให้ชั้นบ้าง"

พีทหลับตาสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆแล้วลืมตาขึ้นหันไปทำให้เพื่อนบ้าง

"โอ สวรรค์"

ป๊อดครางออกมา ท่าทางของทั้งสองคนดูหลุดไปแล้วจากโลกความเป็นจริง ตาปรือม่านตาขยายกว้าง พีทดิ้นพราดๆไม่ใช่ทรมานแต่เหมือนว่าตัวเองกำลังลอยอยู่บนอากาศ

"เด็กใกล้มาหรือยังแก ชั้นอยาก"

"มาแล้ว เดี๋ยวลงไปรับก่อน"

ป๊อดบอกแล้วเดินออกจากห้องไป พีทเองก็ดิ้นพรวดพราดอยู่บนโซฟา มือไม้เริ่มป่ายเสื้อผ้าให้หลุดออกจากกาย

"กี่คนแก"

เสียงเริ่มสั่น หูตาเริ่มพร่ามัว

"สาม"

"ไม่พอ ชั้นอยากได้มากกว่านี้"

"เออๆ เดี๋ยวชั้นบอกอีคริสพามาด้วย เอาอีเพิ่มนะแก ไหนเอาเงินมา"

"สัตว์ หน้าเงินนะแก ในกระเป๋าโน่นไปหยิบเอา"

"ของแกทำเองนะ อ้าวน้องเอาเลยๆ ในจานน่ะช่วยตัวเอง"

ชายหนุ่มรูปงามหน้าตาท่าทางมองไม่ออกว่าเขาจะทำเรื่องแบบนี้ได้ ทั้งสามตั้งวงล้อมจานใบนั้นอยู่ พีทคลานเข้าไปหา

"ใครใหญ่สุด"

ครางเสียงกระเส่าออกมา

"ผมเจ็ดอ่ะพี่"

"ฮ่า ไหน"

เริ่มหายใจออกทางปาก พีทให้คนทั้งสามเติมเชื้อไฟให้ พอสูดเข้าไปอีกรอบก็หลับตาปี๋ ลมหายใจร้อน ชายหนุ่มทั้งสามก็ทำท่าเดียวกัน ส่วนป๊อดกำลังอบจานที่สองอยู่ระหว่างรอเพื่อนอีกคน

"อ่า ใหญ่จริง"

เอามือล้วงงัดของสงวนของเขาออกมาทันที ไม่อายใครไม่สนใจ พีทก้มลงทำอย่างที่ทำกับทัน

"อ่า สุดยอดพี่"

อีกสองคนที่เหลือก็ถอดเสื้อผ้าของพีทออกแล้ว พีทเองก็ไม่สนใจอะไรแล้วทั้งนั้น ก้มหน้าก้มตาให้ความสนใจกับของที่อยู่เบื้องหน้า

"เอาชั้น เอาชั้น เอาแรงๆ ฮ่า ร้อน"

ไม่รู้ว่ามีสติหรือไม่ แต่กริยาที่แสดงออกมา เขาคงไม่ทำตอนที่ปกติอยู่แน่ๆ

"เอ๊ะ ใครให้ใส่ถุง ไม่ต้องเอาเข้ามาแบบนั้นล่ะ"

ปากก็ทำกิจกรรมกับชายหนุ่มอีกสองคน แต่พอเหลือบตาไปเห็นชายหนุ่มคนนั้นกำลังหยิบถุงยางอนามัยมาใส่ก็ร้องตวาดออกไป เขาโยนมันทิ้งทันที หน้ามืดตามัวทั้งสองฝ่าย พอเพื่อนอีกคนมาก็ไม่สนใจหันไปมอง ครวญครางออกมาอย่างสาแก่ใจ คนแล้วคนเล่าที่ยัดเยียดความเป็นชายเข้าไปในร่างายแต่คนที่รับมันเข้ามากลับไม่รู้สึกว่าพอ ยังไม่พอ ยังอยากได้อีก ยาสองขนาดผสานกันทำให้โลกของพีทเปลี่ยนสีเป็นเฉดที่เขาต้องการ วนเวียนทำแบบนั้นอยู่จนถึงเช้า นอนหลับไปเมื่อฤทธิ์ของยาหมดลง

"โอย ปวดตัวจัง"

พอตื่นก็ครวญครางออกมา

"แหมไม่ปวดก็เวอร์ล่ะ ผู้ชายตั้งหกคน สมใจแกเลยสิ"

"เฉยๆอ่ะถ้าเรื่องนั้น ตอนอยู่โน่นก่อนเจอแทน ชั้นล่อฝรั่งไปตั้งสิบกว่าคน ไม่เห็นเป็นไร"

"ต๊ายแก เหล็กเรียกแม่เลยนะเนี่ย"

"หึหึ รู้จักชั้นน้อยไป หาอะไรมากินหน่อยสิแก หิวแล้ว แล้วนี่กี่โมงแล้ว"

พีทคลานไปบนพื้นคว้าผ้าเช้ดตัวมาพันกายเอาไว้

"ว้าย ไอ้บ้าตัวไหนกัดคอชั้นเนี่ย เลวที่สุด"

พอยืนอยู่หน้าห้องน้ำก็ส่งเสียงร้องออกมา ที่ร้องตกใจเพราะกลัวว่าแทนทวีจะรู้

"ไหนแก โหรอยใหญ่เชียว"

หน้าซีดเอามือแตะอย่างแผ่วเบา

"แทนจะสงสัยไหมเนี่ย"

"แกก็ไปร้านหมอให้เขาทำให้ดิ น่าจะดีขึ้น"

"ร้านหมอที่ไหนเขาแก้รอยดูดด้วยอีนี่"

"แหม อีโง่เดี๋ยวนี้เขาทำให้มันจางได้ย่ะ หรือไม่หล่อนก็เอารองพื้นโป๊ะเข้าไปสิ ไม่เอาแล้วคุยด้วยแล้วอารมณ์เสีย"

มองอยู่นานถอนหายใจ ใครกันนะที่ดูดคอจนเป็นรอยขนาดนี้ แต่ก็ไม่หวั่นใจมากแล้วเพราะคิดว่าคงเอารองพื้นทาให้มันหนาๆแทนทวีเองก็คงไม่สังเกต

"ไปไหนมาพีท ทำไมเมื่อคืนไม่กลับห้อง"

พอกลับเข้าห้องไป แทนทวีก็นั่งตาเขียวรออยู่

"อ้อ พอดีกินเหล้ากะเพื่อนน่ะแทนเมา เค้าเลยไม่อยากกลับ ขับรถมันอันตราย ไม่คุ้นถนนด้วย"

"น่าจะโทรมาบอกกันบ้าง รู้ไหมว่าเป็นห่วง"

"แทนอ่ะ ขอโทษน้า เค้าขอโทษคราวหน้าจะไม่เป็นแบบนี้อีกแล้ว"

เข้าไปออเซาะกอดแขนของแทนทวี ส่วนแทนทวีก็ทำหน้าบึ้งอยู่ ในใจก็เริ่มที่จะหวั่นๆ พีทดูเปลี่ยนไปมากเมื่อกลับมาเมืองไทย ตอนอยู่ที่โน่นเขาไม่ได้เป็นแบบนี้ หรือว่าเราจะ ไม่หรอก ไม่น่าจะมีอะไร แทนทวีแย้งตัวเองอยู่ในใจ

"พรุ่งนี้ใช่ไหมครับคุณหินที่ต้องไปพบคุณกานดา"

"ครับน้องภูมิ นัดเอาไว้ตอนบ่าย"

"ดีครับ ภูมิจะได้เคลียร์งานเรียกด้วยนะครับ"

ภูมิบุญเองพอผ่านเรื่องร้ายๆมาก็เป็นผู้ใหญ่เกินอายุ มีความรับผิดชอบความคิดความอ่านก็กว้างไกลกว่าแต่ก่อนเยอะ เรื่องที่เลวร้ายถ้าเราไม่ยอมแพ้ให้มันเสียก่อน มันนั่นเองที่เป็นแรงผลักทำให้เราโตขึ้น

"เสียดายงานคุณกานดาจริงๆเลย"

พอพีทเข้าไปทำงานในบริษัทกับมารดาของตน มารดาก็มาบ่นให้ฟังเพราะงานที่หลุดลอยไปคืองานใหญ่ประจำปีเลยก็ว่าได้

"ทำไมล่ะแม่ กะอีแค่งานแต่งงานงานเดียวแม่เครียดขนาดนี้เชียว"

"ไม่เครียดได้ยังไง คุณกานดาน่ะเป็นลูกสาวบริษัทนำเข้ารถยนต์ชื่อดังเชียวนะพีท ถ้าได้คุณกานดามาคนอื่นๆก็ต้องหันมามองบริษัทเรา"

"แล้วทำไมเราถึงพลาดงานนี้ไปล่ะแม่"

"ก็บริษัท"

เล่าออกมาให้ลุกชายฟัง พอพีทได้ยินก็หูผึ่ง

"นี่แกจะเป็นศัตรูของชั้นทั้งหัวใจทั้งเรื่องงานเลยเหรอไอ้ภูมิ ได้เราจะได้เห็นดีกัน"

กัดฟันกรอดออกมา สายตาเคียดแค้น

"แม่ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวพีทจัดการเอง"

สายตาเคียดแค้นไม่ยอมง่ายๆฉายออกมา

"ภูมิ พี่ว่าอีนี่มันก็ไม่ใช่โง่นะ พี่พอดูตามันออก"

ทันเองก็โทรปรึกษากับภูมิบุญอยู่ตลอดเวลา คอยบอกเล่าเหตุการณ์ความคืบหน้าให้ฟังอยู่ตลอด

"พี่ทันระวังตัวด้วยนะครับ"

"ไม่ต้องห่วงหรอกภูมิ พี่ไม่ใช่กล้วยๆนะ หึหึ"

ทันเองมีความมั่นใจมากว่าแผนการที่วางไว้จะสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เพราะจากประสบการณ์ของเขาเอง เท่าที่ผ่านมาเขาอยากได้ใครเขาได้มาโดยตลอด และทุกคนที่เลิกรากันไปเพราะเขาเป็นคนขอเลิกเอง แต่มีภูมิบุญเพียงคนเดียวที่เขายังไม่ได้ และไม่สามารถชนะใจได้ง่ายๆ

"วันนี้ว่างไหมพีท อยากเจอกันไหม"

ทันกดโทรศัพท์ไปหาพีททันที

"ว่าง เจอที่ไหน"

"ที่ผับดีไหม จะต่อค่อยว่ากัน"

"อืม เวลาเดิมใช่ไหม"

"ใช่ เจอกัน"

วางสายไปแล้ว ทันยิ้มพราวออกมา

"คงถึงคราวแล้วสินะที่จะมีอะไรกันเสียที"

ทันพูดออกมาแล้วบ่ายหน้าไปยังที่นัดหมายแม้ยังไม่ถึงเวลานัด

"มาตอนนี้ได้ไหม"

ทันแกล้งโทรศัพท์ไปยั่วพีทเพราะยังไม่ถึงห้าโมงเย็นเสียด้วยซ้ำ

"อะไรกันคุณ นี่มันยังไม่มืดเลยนะ ผับยังไม่เปิดหรอก"

"ผมรู้จักเจ้าของเขาเปิดให้แล้ว"

"แต่พีทยังไม่ได้ทำอะไรเลยอ่ะ"

"ไม่มาก็ไม่ต้องเจอ"

"อ่ะๆ ไปก็ได้ แหมใจร้อนไปได้"

ทันหัวเราะออกมาอย่างสาแก่ใจ แล้วตั้งตารอคอยพีทให้มาหาตามที่บอก ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงพีทก็มาถึงที่นัดหมาย เขารนรานลงจากรถปรี่เข้าไปหาทัน

"แหมรีบมาเชียวนะ เนี่ยพีทยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ"

"ทำไม อยากเจอน่ะ"

"อุ๊ย เข้าไปในร้านดีกว่าไหม ร้อน"

พีทเอามือขึ้นทำท่าพัดลมให้เป่าเข้าหน้าตัวเอง แล้วเดินนำหน้าทันเข้าไปในผับ

"เด็กเขาจัดร้านอยู่น่ะคุณ จะดีเหรอเกะกะเขาเปล่าๆ"

"เราขึ้นไปชั้นสองดิ คนไม่ขึ้น"

ตาพราวขึ้นมาทันที

"สั่งเครื่องดื่มไปด้วยดีไหม"

"สั่งดิ"

พีทหันไปหาพนักงานที่กำลังง่วนอยู่กับการจัดเตรียมโต๊ะเพื่อการเปิดร้านในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า พอเสร็จก็เดินตามทันขึ้นไปชั้นบน

"มีอะไรเหรอคุณ นัดมาแต่หัววันเลย"

"เงี่ยน อยากให้ทำให้หน่อย"

"อุ๊ย เอาอย่างงั้นเลย"

"ทำไมล่ะ หรือจะไม่ทำ"

"บ้า จะมาทำตรงนี้ได้ไงอ่ะ คนออกจะเต็ม"

"ในห้องน้ำดิ ตามมา"

ทันลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำที่พนักงานยังไม่มาทำความสะอาด สาวเท้าเข้าไปยืนเด่นรออยู่ พีทเองใจสั่นไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน

"จะดีเหรอคุณ เราไปโรงแรมดีกว่าไหมอ่ะ"

"เอากันตรงนี้ล่ะ อย่าเรื่องมาก เร็วๆ"

ทันเร่งแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำห้องริมสุด พีทเองยืนละล้าละลังอยู่ แต่กิเลสในใจมันหนากว่าสิ่งใด พีทเดินตามเข้าไปทันที

"ดูดดิ เร็วอยากแล้ว"

ทันงัดของตัวเองออกมาพีทเองกลืนน้ำลายลงคอทำตาโต

"โห พอเจอสว่างๆแบบนี้ ไม่น้อยเลยนะคุณ"

ทันไม่ฟังเสียงกดหัวของพีทลงทันที เขาก็นั่งลงอย่างว่าง่าย ไม่มีเสียงใดลอดออกมาจากคอของพีทแล้วนอกจากเสียงคราง

"ถ่ายคลิปไว้ไหม อยากเก็บไว้ดู"

ทันพูดขึ้นเสียงกระเส่า มือถือโทรศัพท์ไว้ในมือแล้ว

"อ่า จะดีเหรอคุณไม่เอาอาย"

"จะอายอะไรล่ะ เห็นกันอยู่แค่สองคน"

ทันพูดแต่กดบันทึกไปนานแล้ว

"อย่าเอาไปลงเน็ทนะ"

"อืม ดูดต่อสิ"

พีทก็ก้มหน้าก้มตาทำต่ออย่างว่าง่าย ส่วนทันก็ถ่ายซูมเอาเฉพาะหน้าของพีทกับแท่งเนื้อของตัวเอง พีทเองแสดงความเก่งกล้าสามารถออกมาซอกซอนไปทุกมุมของร่างกายของทัน

"ไม่เอาไม่จูบ ไม่ชอบ เหม็นปาก"

พอพีทเลื้อยขึ้นไปถึงคางทันเองก็เบี่ยงหน้าหนี เขาหน้าเสียไป ทันเองก็กลัวว่าแผนจะแตก

"มาเอากันเลยดีกว่า ผมต้องมั่นใจคุณก่อน ผมถึงจะยอมจูบ"

ทันเอ่ยออกมาแล้วดันให้พีทหันหลังให้ ทันควักถุงยางออกมา

"อ่า คุณเตรียมมาด้วยเหรอ"

ในใจไม่อยากให้ใช้ แต่ก็วางมาดเอาไว้ก่อน

"เอามาดิ ก็ตั้งใจจะมาเอา"

พอสวมเสร็จก็แหวกหาทางเข้า แทงพรวดเข้าไปมิดด้าม แต่ไม่มีเสียงร้องสักคำ กลับครางออกมาด้วยความพึงใจ

"อา มีความสุขที่สุดเลยคุณ"

ทัน เองถึงกับงง ขนาดของน้องชายเขาก็ไม่ใช่น้อย แต่นี่อะไรไม่ร้องสักแอ่ะ แต่ก็กัดปากตัวเองมือหนึ่งกดหลังของพีทลง ส่วนอีกมือก็จับโทรศัพท์มือถือถ่ายไว้

"ทัน แรงๆ แรงกว่านี้อีก"

ครางกระเส่าออกมาไม่เกรงกลัวใครจะมาได้ยิน ทันเองพอได้ยินก็กัดฟัน มือฉวยไปกำเอาเส้นผมท้ายทอยของพีทดึงให้เอี้ยวหน้าหันมา

"อ่า ชอบที่สุดทัน แรงๆ"

ทันยิ่งได้ใจกระแทกกระทั้นเข้าไป

"มาพีทจัดการเอง"

เหมือนจะไม่สาแก่ใจพีทผลักให้ทันนั่งลงกับโถชักโครกก้าวขึ้นไปคร่อมสองขาเหยียบปากโถเอาไว้ ทันเองต้องนั่งแค่ริมๆ

"เป็นไงครับที่รัก ชอบไหม พีทเก่งไหม"

"อืม เก่ง ทำหน้าให้มันเซ็กซี่หน่อยสิครับ"

ทันเองก็ครางกระเส่าออกมา พีทได้ใจแสดงสีหน้าสีตาออกมาไม่ยอมแพ้

"อ่า ผมจะเสร็จแล้ว"

"อ๊ะ อย่าเพิ่ง มาเสร็จในปากพีท"

ก้าวลงอย่างรนราน ทันเองรีบยืนขึ้นดึงเอาปราการออก พีทอ้าปากรอ

"อ่า ชื่นใจที่สุด"

"ฮ่า"

ทันหายใจทางปากปล่อยให้พีททำความสะอาดให้เสร็จสรรพแล้วดึงกางเกงขึ้น

"อ้าว ทันจะไปไหน พีทยังไม่เสร็จเลยนะ"

"ช่วยตัวเองดิ เสร็จแล้วไม่มีอารมณ์"

ทันผลักประตูออกไปทันที พีทเองต้องรีบดึงประตูกลับเข้ามาเพราะเขาถอดกางเกงออกหมดพาดไว้กับประตู

"ฮึ๋ย อะไรเนี่ย"

อารมณ์เสียหงุดหงิดไป ส่วนทันเดินลงมาชั้นล่างพร้อมกับยื่นเงินให้พนักงานในร้าน

"ขอบใจมากน้อง"

ที่จริงก็ไม่ได้ว่าจ้างอะไรแต่เป็นสินน้ำใจที่ยอมให้ทันขึ้นไปชั้นสองทั้งที่ ร้านยังไม่ได้เปิด อีกอย่างทันรู้จักกับเจ้าของร้านเป็นอย่างดี จึงไม่มีปัญหาอะไร

"มึงดังแน่อีแรด"

ทันเอ่ยออกมาก่อนจะกดโทรศัพท์ไปหาภูมิบุญ

"ให้พี่ปล่อยเลยไหมภูมิ"

"อย่าเพิ่งครับพี่ทัน"

"อ้าว ทำไมล่ะ เราไม่อยากให้มันเจ็บเหรอ"

"เท่าที่พี่ทันเล่ามา คนอย่างพีทไม่น่าจะสนใจกับเรื่องแบบนี้หรอกครับ รอสักพัก รอให้เขาเผยตัวตนออกมามากกว่านี้ก่อนครับ ตอนนั้นเราค่อยว่ากัน"

แสยะยิ้มออกมา ก่อนหันหน้าเข้าหาพระอีกครั้งพนมมือขึ้นสวดมนต์

"อย่าว่ากันร้ายเลยนะพีท ผมไม่ได้ร้าย แค่อยากให้รู้ไว้ ว่าทำร้ายผมน่ะมันไม่ง่ายหรอกนะ"

วันศุกร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2553

(Heroine) ที่นี่ไม่มีนายเอก ฉากเจ็ดสิบสี่

ด้วยอารมณ์ที่ไม่พึงใจ หงุดหงิด รู้สึกโกรธที่ได้ยินแทนทวีตอบคำถามออกมา

"เลว ปากดีนักนะมึง กล้าด่ากูว่าเหี้ยเหรอ"

บ่นอยู่คนเดียวในห้องน้ำกำลังอาบน้ำจะออกไปข้างนอก พาลโกรธแทนทวีไปด้วย

"จะไปไหนพีท"

"เบื่อ ไปหาเหล้ากิน"

"อีกละ ไหนบอกเจ็บหน้าอกไม่ใช่เหรอ"

"โอ๊ย แทน เจ็บหน้าอกนะไม่เกี่ยวกับกินเหล้า เซ็งเข้าใจไหม"

เดินฟึดฟัดออกจากห้องไป แทนทวีได้แต่นั่งนิ่งไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี ปกติตอนอยู่ที่โน่นพีทจะเป็นคนน่ารักไม่เกรี้ยวกราดแบบนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น

สถานที่เดิมในยามค่ำคืนเสียงเพลงที่กระหึ่มอยู่ดังแว่วออกมาถึงภายนอก พีทนัดเพื่อนเอาไว้ เพื่อนขาเที่ยวไม่มีเกี่ยงกับคำเชิญชวนไม่ว่าเมื่อไหร่

"นี่แก วันนั้นน่ะชั้นไปสอยเด็กแถววังมาล่ะแก แจ่มมาก"

"อะไรของแกวัง"

พีททำหน้าเซ็งอยู่ไม่ได้สนใจในสิ่งที่เพื่อนพูดมากนัก

"แหมก็เด็กแถววังสราญไงแก ถูกๆ"

"ต่ำเชียว"

"อ้าวแก อยู่สูงจนชินไงกินอะไรต่ำๆบ้างเพิ่มรสชาติให้ชีวิต"

"เชิญกินไปคนเดียวเถอะ อย่างชั้นต้องระดับเดียวกันเท่านั้น"

พีทเชิดหน้าลอยคออยู่

"จ้าแม่คนสวย เริ่ดนะหล่อนน่ะ"

พีทคอยสอดส่องสายตาหาคนที่เขาอยากเจอ จุดประสงค์ของการมาผับในคืนนี้ไม่ใช่แค่เซ็งอย่างเดียว แต่เขาอยากเจอหน้าคนๆนั้นอีกครั้ง ทันเองแวะมาที่นี่หลังจากที่คุยกับภูมิบุญแล้ว เพราะคิดว่าคนที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกน่าจะอดใจไม่ได้ที่จะออกตระเวนเที่ยว และเขาก็คิดถูก เขามองเห็นพีทตั้งแต่เดินเข้ามาในผับ ทันเดินหลบมุมก่อนรอให้สบโอกาสจึงเผยตัวออกมา ทำท่าจะเดินไปเข้าห้องน้ำ

"แก ชั้นไปห้องน้ำก่อนนะ"

เป็นประโยคบอกเล่าไม่ต้องการคำตอบหรือคำถามใดๆ น้ำเสียงตื่นเต้นดีใจ ไม่ได้สนใจฟังคำตอบจากเพื่อนเพราะเขาเดินไปแล้ว เพื่อนๆเองก็ไม่ได้ใส่ใจ พีทเล็งเห็นเป้าหมายแล้ว เขาปรี่ตรงไปหาทันทันที

"คุณ มาด้วยเหรอครับ แหมโชคดีจัง"

ร้องทักออกไปแข่งกับเสียงเพลง ทันทำหน้าไม่สนใจปราดตามองแค่วินาทีเดียว

"คุณคุยกับผมเหรอ"

"คุณนั่นล่ะ อะไรกันจำผมไม่ได้เหรอ วันนั้นไง"

"จำไม่ได้หรอกคุณ วันๆเจอคนล้านแปด ว่าไง มีอะไร"

ตอบเสียงห้วนใส่ พีทชะงักไปแต่ก็ฝืนยิ้มสู้

"ก็เคยคุยกันนี่ ก็เลยเข้ามาทัก คุณมากับใครอ่ะ"

"ทำไมครับ"

"แหม คุณก็ถามดูไง"

"เท่าที่เห็น ไปเยี่ยวก่อนนะ"

"ไปด้วย ผมปวดพอดี"

ทันยกริมฝีปากขึ้นเป็นไปอย่างที่คิดเอาไว้ ท่าจะไม่ยากแล้วล่ะภูมิ

"ยืนห่างโถจังอ่ะคุณ"

ยื่นหน้าไปดูไม่ได้อายใคร

"ทำไม ก็มันใหญ่อ่ะ"

"จริงเหรอ ไม่เห็นไม่เชื่อหรอก"

ทันฉายแววตาออกเหมือนเสือออกล่าเหยื่อ

"อยากลองไหมล่ะ"

"แหมคุณก็ อยากสิ"

เหมือนจะอายแต่ไม่อาย ยิ่งเขารุกไล่เท่าไหร่ ยิ่งโดนใจของพีทมากเท่านั้น ทันรีบเดินออกมาจากห้องน้ำแล้วหลบมุมเข้ามุมอับ พีทเองก็เดินตามอย่างกระชั้นชิด ทันพอเห็นพีทเดินตามมาก็ดึงแขนเข้ามาหา

"อุ๊ย"

ทำจริตออกมาแต่เบียดกายเข้าหา

"ก้นใหญ่ดีนี่ น่าจะแน่นนะ"

ทันเองไม่ได้สนใจหรือพิศวาสอะไรมากนัก แต่อยากจะทำให้ลุล่วงตามแผนเท่านั้น

"อยากลองไหมล่ะ รับลองคุณจะติดใจ"

ท้าทายออกมาทั้งคำพูดและสายตา พีทเองไม่ได้หวั่นอะไรเลยล้วงลงต่ำไปที่เป้ากางเกงของทัน แต่ทันจับมือเอาไว้

"ใจเย็นๆสิคุณ ผมไม่ได้อยากมีแค่เซ็กส์ แต่ผมอยากมีแฟน ถ้าคุณจะหาเซ็กส์ก็ไปหาเอากับคนอื่น ไม่ใช่ผม"

ทันดันตัวเขาออกไป พีทเม้มปากเหมือนครุ่นคิดอยู่

"ผมไปนะ โชคดี"

ลุกเดินหนีไปทันที พีทเองทั้งอึ้งทั้งแปลกใจ เพราะท่าทางของทันดูเป็นเพลย์บอยรักสนุกไม่น่าจะอยากจะมีแฟนเป็นตัวตนได้

"เดี๋ยวคุณ ผมขอเบอร์คุณได้ไหม"

"เอาไปซื้อหวยเหรอ ผมบอกคุณแล้ว ผมอยากมีแฟน ไม่ได้มาหาเซกส์"

"แหมก็ยังไม่ได้ลองคุยกันเลย จะตกลงปลงใจเป็นแฟนได้ยังไง"

"หึหึ คุณไม่เชื่อในรักแรกพบเหรอครับ ผมรู้นะว่าคุณก็ชอบผม อย่าเรื่องมากครับ"

พีทสะอึก ทุกคำที่เขาตอกกลับมาเหมือนว่าเขาไม่ได้แคร์เลยไม้แต่น้อย แต่ทำไมมันโดนใจจังเลย ยิ่งตอกมายิ่งท้าทายใจเต้นแรง

"ผมขอเบอร์คุณหน่อย"

พีทเอามือล้วงเข้าไปในขากางเกงทันทันที เอามือควานหาโทรศัพท์อยู่ ทันเองก็นิ่งทำเฉยปล่อยให้เขาทำไป พอควานอยู่สักพักก็ดึงโทรสัพท์ออกมา กดเบอร์ของตัวเองโทรออก

"ไว้เจอกันนะครับ แต่น่าจะเจอกันคืนนี้เลยนะ ท่าทางน้องชายคุณมันตื่นแล้วนะ"

"หึหึ"

ทันหัวเราะแล้วเดินออกจากผับทันที ส่วนพีทยิ้มหวานถูกใจเป็นยิ่งนัก

"ชั้นกลับแล้วนะแก"

"ต๊ายอะไรกันยะ เพิ่งจะมาแกนี่อะไร แล้วจะชวนออกมาทำไม"

"อย่าโวยวายไปหน่อยเลย นี่เงินเอาไปจ่าย จะกินจะสั่งอะไรก็สั่งเอา"

พีทล้วงเงินออกมาวางต่อหน้าเพื่อนแล้วเดินออกไปเช่นกัน พอออกไปพ้นผับก็กดโทรศัพท์หาเบอร์ที่เพิ่งได้มาทันที แต่เขาปิดเครื่องไปแล้ว พยายามโทรตั้งหลายทีแต่ก็ยังเหมือนเดิม

"หึ อยากเล่นกับไฟเหรอพ่อคุณ มาเรามาลองกันสักตั้ง"

พีทพูดขึ้นยิ้มแสยะออกมา ส่วนทันพอออกจากผับได้ก็โทรไปหาภูมิบุญเช่นกัน

"หึ ภูมิ อีนี่มันร่านจริงๆนั่นล่ะ คิดไว้ไม่มีผิดว่ามันต้องขอเบอร์"

แทนทวีเล่าออกมา ภูมิบุญก็นิ่งฟังอยู่อย่างตั้งใจ

"ครับ แล้วมันจะเป็นยังไงต่อครับ"

"พี่มีโทรศัพท์สองเครื่อง เบอร์นั้นเพิ่งไปเอามาจากเซเว่น เขาแจกน่ะภูมิ หึหึ มันคงคิดว่าพี่จะโง่ให้เบอร์มัน จะเป็นยังไงต่อพี่คงต้องยอมเปลืองตัวล่ะทีนี้"


"มันจะดีเหรอครับพี่ทัน ภูมิขอให้พี่ทันทำเยอะไปหรือเปล่าครับ"



"ไม่หรอกภูมิ คิดอะไรมาก พี่ไม่ได้เสียหายอะไรสักหน่อย เอาน่าคิดว่าสนุกๆกัน หึหึ"

พอวางสายจากทันก็ยิ้มกริ่มพอใจที่ได้ยินเป็นยิ่งนัก

"อยากให้พี่แทนรู้จังเลย ว่าคนที่พี่เลือกน่ะ มันไม่ได้รักพี่เลยสักนิดเดียว"

ภูมิบุญพูดสายตาฉายแววออกมา ก่อนที่จะหันหน้าเข้าหาพระในห้องแล้วสวดมนต์ก่อนนอน แม้จะอยากทำให้เขารับรู้ว่าความเสียใจมันมีรสชาติขมยังไง มันเปื้อนมันด่างหัวใจเขาเป็นกันยังไง อยากให้เขาทั้งสองได้รับรู้อย่างน้อยก็จะได้ไม่ไปทำร้ายใครอีก ภูมิบุญก็ยังแผ่เมตตาอุทิศส่วนบุญส่วนกุศลในการสวดมนต์ให้กับเขาทั้งสองที่ ถือเป็นเจ้ากรรมนายเวร ถ้าทุกข์หนักก็ขอให้บรรเทาเบาบางลงไป

"ตาโต้เย็นนี้แม่จะไปค้างที่วัดนะ ไม่ได้ไปนั่งวิปัสสะนาเสียนาน"

คุณอภิสราเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นบุตรชายเดินลงมาจากชั้นบน มือก็พับผ้าสีขาวอยู่มีจันทร์นั่งอยู่ใกล้ๆ

"ไปกับแม่จันทร์เหรอครับ"

"จ๊ะ จะมีใครอีก ในชีวิตแม่มีจันทร์กับลูกแล้วก็น้องนั่นล่ะ"

"แหมคุณท่านคะ พูดเกินไปจันทร์เองก็เป็นแค่คน"

"พอแล้วจันทร์อย่าทำให้หงุดหงิดแต่เช้า เสื้อผ้าเตรียมแล้วเหรอ ถึงได้มาเตรียมให้ชั้นน่ะ"

"เอ่อ ค่ะคุณท่านเตรียมแล้ว"

คุณอภิสราชิงพูดก่อนเพราะรู้ว่าจันทร์จะเอ่ยอะไรออกมา อย่างเดียวที่ไม่พอใจจันทร์คือการที่เธอเจียมตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเยินยอยกขึ้นแค่ไหนก็ตาม คุณอภิสรารู้ดีว่ามันเป็นสิ่งที่ดีเพราะสิ่งนี้ก็แผ่ซึมไปถึงภูมิบุญด้วย แต่บางทีเจ้าของบ้านเองก็รำคาญใจเพราะเธอเองก็ไม่เหลือใครอื่นนอกจากคนในบ้านเอง

"ว่าไงคุณ คืนนี้ว่างไหม"

ทันเองก็เริ่มดำเนินการตามแผนต่อไป เพราะคิดว่าถ้ารีรอหรือเล่นตัวมากไปมันจะจืดเสียก่อน

"คุณ ว่าง ว่างสิ ที่ไหนครับ"

เสียงของพีทมันตื่นเต้นออกนอกหน้า แม้จะอยู่ที่คอนโดกับแทนทวีเอง

"ที่เดิม เวลาเดิม"

"ได้ๆ งั้นเดี๋ยวเจอกัน"

"ใครอ่ะพีท"

แทนทวีถามขึ้นเสียงเขียว

"อ้อ เพื่อนน่ะแทน เขาบอกว่าอยากจะร่วมงานด้วย เนี่ยวันนี้พีทจะไปหาแม่ คิดว่าน่าจะทำงานเสียที พักพอแล้ว"

พีทเสแสร้งไป ความจริงแล้วกิจการทางบ้านของพีททำเกี่ยวกับออการ์ไนเซอร์ จัดอีเว้นงานต่างๆ เป็นบริษัทค่อนข้างใหญ่ แม้พีทเองจะยังไม่อยากทำงานแต่มันก็คงถึงเวลาเสียที เพราะอยู่เฉยๆก็ไม่ได้ไปไหนอยู่แต่ที่คอนโดกับแทนทวี

"เหรอ งั้นแทนก็จะไปคุยกับพ่อเหมือนกัน น่าจะทำงานได้แล้ว"

"อืมดีเหมือนกันเนอะ เราจะได้ไม่ว่าง อยู่แบบนี้เซ็งตายเลย"

พีทยิ้มร่าเริงก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป แทนทวีเองไม่ได้เอะใจคิดเป็นอื่นเพราะเชื่อใจพีท

"อยู่ไหนแล้วคุณ ผมถึงแล้วนะ"

พอถึงเวลานัดพีทก็โทรจิกตามตัวทัน

"อ้อ กำลังถึง รอหน่อยสิ"

"อยากเจอแล้วอ่ะ รีบๆมาหน่อย"

"หึ เจอก็แค่เจอนี่"

ทันพูดออกไปแล้วกดวางสาย

"แหม เล่นตัวเชียวนะยะ อย่าให้ชั้นได้กินนะ จะเอาให้โงหัวไม่ขึ้นเชียว"

ยิ้มพรามเสน่ห์ขึ้นมา ในหัวก็คิดถึงแผนการที่วางเอาไว้เช่นกัน

"ไปที่อื่นเถอะ เสียงดัง"

พอทันไปถึงก็พูดขึ้นยังไม่ทันได้นั่ง

"ได้ ไปที่ไหนดี"

"โรงแรมไหม"

"ได้ งั้นไปเลย"

เสียงสั่นขึ้นมา สายตาฉายแววกระหายใคร่อยากออกมา ทันเองก็ยิ้มออกมา

"ไปรถผมนะ รถคุณจอดไว้นี่ล่ะ"

ทันเอ่ยขึ้น พีทเองก็ไม่ได้แย้ง กลับยินดีเสียอีก

"ตกลงคุณมีแฟนหรือยัง ไม่เห็นบอก"

ทันเอ่ยขึ้นระหว่างบึ่งรถออกจากซอยทองหล่อ

"ไม่ ไม่มี ผมจะมีใครได้ยังไง เพิ่งกลับจากเมืองนอกนะ คุณอ่ะพูดอะไรก็ไม่รู้"

ตอบตะกุกตะกัก หลบสายตาตอบไม่เต็มเสียง

"เอาให้แน่"

"แน่สิคุณ ผมจะหลอกคุณให้ได้อะไรขึ้นมาล่ะ"

"ให้ได้ผมไง หึหึ"

ทันตอกกลับไป พีทเองเม้มปากแล้วหันไปมองหน้าทัน

"แหมพูดซะ แล้วจะให้ไหมล่ะครับ คุณ"

ทำสายตายั่วยวน กระเถิบเข้าประชิดตัว

"ผมชื่อทันนะ"

"ผมพีท"

เสียงกระเส่าขึ้นมาวางมือไว้บนตักของทันอย่างไม่เคอะเขิน ทันเองก็ไม่ได้ว่าอะไร

"พี่จะยอมทำเพื่อเรานะภูมิ พี่เคยทำผิดกับเราไว้มาก พี่ไม่เสียใจหรอกนะที่ทำแบบนี้ อย่างน้อยพี่ก็มีแต่ได้กับได้ ไม่มีเสีย"

ทันคิดอยู่ในใจก่อนจะฉายรอยยิ้มออกมาที่มุมปาก ปล่อยร่างกายให้มันตื่นตัวไปตามแรงยั่วยวนของพีท

"อ๊ะ โห"

พีทเองรูดซิบกางเกงของทันออกแล้ว แม้เขาจะกำลังขับรถอยู่บนถนน พอเห็นเนื้อหนันของทันก็ถึงกับทำตาโต

"ทำไม เล็กไปเหรอ"

ทันพูดขึ้นไม่หันไปมองหน้าของพีท

"แล้วจะเล่นอยู่อย่างนี้เหรอ ไม่ทำอะไรมันล่ะ"

ทันเองก็ยั่วขยับเอวให้ซิปเปิดอ้ามากกว่าเดิม พีทกลืนน้ำลายคงคอ ไม่ถึงวินาทีก็ก้มหัวลง ทันเองเม้มปาก

"จะคิดอะไรมากมาย รู้ว่าเขาสกปรก แต่เอาเถอะ เราเองก็ใช่ว่าจะสะอาดผุดผ่อง"

คิดอยู่ในใจก่อนที่จะปล่อยใจให้ระเริงไปกับความหรรษาที่พีทมอบให้

"อ๊ะ ไม่ไหวแล้ว"

ทันครางออกมาในคอ พีทเองก็ไม่ได้สนใจ

"อ๊ะ อ่า"

พอเห็นทันเกร็งตัวพีทเองก็เร่งจังหวะของปากให้เร็วขึ้น ไม่ได้กลัว ไม่ได้สนใจ ทำเพราะพึงใจ ทันเองก็กดหัวของพีทลงให้จมแช่อยู่อย่างนั้น พีทเองก็มีขัดขืนกลืนกินอย่างพึงใจ

"อ่า ทันอ่ะกลืนลงคอหมดเลย"

ทำท่าอายแต่แลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปากตัวเอง สายตายังยั่ยยวนอยู่

ทันเองจอดรถข้างทางจัดการกับกางเกงของตัวเอง ยิ้มพราวออกมา

"คุณลงตรงนี้ล่ะ ผมเสร็จแล้ว อยากจะนอน"

"อ้าว ทำไมล่ะทัน"

"ลงไป"

เสียงห้วนเขียวปราดตามอง พีทเองชะงักอยู่ตกใจ

"เดี๋ยวพรุ่งนี้เราค่อยเจอกันนะครับที่รัก ไม่ส่งนะ"

พูดแล้วหันหน้าตรงไปยังถนน บริเวณนี้คือแถวพระรามเก้า ข้างทางมีไฟสาดส่อง แต่เปลี่ยวมืด

"จะให้ลงตรงนี้ได้ยังไง รถผ่านไม่ค่อยมีอ่ะ ทัน แวะไปส่งให้ที่รถพีทหน่อยสิ"

"ลงไป ผมอยากจะกลับแล้ว"

ยังยืนยันคำเดิมน้ำเสียงเดิม

"ใจร้ายอ่ะ"

"หึ หรือจะไม่เอา"

ทันพยักหน้าให้พีททำตามที่บอก เขายึกยักอยู่นานกว่าจะลงจากรถ พอเขาก้าวลงจากรถประตูปิดลงทันก็บึ่งรถหนีไปทันที

"แหม เลวได้ใจจริงๆเลยนะ คุณทัน แต่โดนใจที่สุด หึหึ คอยดูนะ จะเอาให้ติดแกะไม่ออกเลย เลวๆแบบนี้ล่ะชอบ"

ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ส่วนทันพอขับรถหนีมาก็แวะปั้มซื้อน้ำขวดในร้านขายของแล้วเข้าไปทำความสะอาดให้ตัวเอง ทำเหมือนเปื้อนอะไรสกปรกมากมาล้างอย่างดี

"ภูมิวันนี้แม่กับแม่จันทร์ไม่อยู่นะ ทำกับข้าวให้พี่กินหน่อยสิ อยากกินผัดขี้เมาทะเลฝีมือภูมิ"

โตโต้เอ่ยขึ้นเมื่อกลับมาถึงบ้าน ภูมิบุญชะเง้อมองหาผู้ใหญ่ที่เคยมานั่งรอที่หน้าบ้าน

"แล้วพี่อ้อยล่ะครับ"

"เห็นโทรบอกพี่ว่าจะไปดูหมอลำอะไรนี่ล่ะ"

โตโต้เอ่ยขึ้นแล้วยิ้ม แต่ภูมิบุญเองใจเริ่มสั่นไหว เหมือนคราวนั้นเลย คราวที่เขาโดนโตโต้ทำร้าย พอคิดขึ้นมาหน้าก็ซีดลง แต่โตโต้ปรี่เข้ามาประชิดตัวแล้ว

"ไม่สบายเหรอครับคนดี หน้าซีดเชียว"

เสียงกระซิบดังอยู่ข้างหู ภูมิบุญย่นลำคอทันที

"เอ่อ มะไม่ครับ เดี๋ยวภูมิไปทำให้นะครับ"

"เดี๋ยวพี่ช่วย"

"พี่โต้ไม่เคยทำนี่ครับ อย่าเลย"

"ไม่ลองแล้วเมื่อไหร่จะเป็นล่ะภูมิ เอาเถอะพี่ไม่อยากรอกิน"

โตโต้ยืนยันแล้วพับแขนเสื้อขึ้น ภูมิบุญได้แต่เม้มปากหวั่นอยู่ในใจแต่ก็พยายามรักษาอาการสีหน้าท่าทางไว้

"อย่าหั่นแบบนั้นสิครับ มาเดี๋ยวภูมิทำให้ดู"

พอให้ทำจริงๆโตโต้ก็ทำไม่เป็นเอาเสียเลย บอกให้หั่นมะเขือเปราะก็เอามีดมาสับๆท่าเดียว ภูมิบุญร้องเสียงหลง เข้าไปแย่งมีดออกมาจากมือของโตโต้และหั่นให้ดูเป็นตัวอย่าง

"เก่งจังครับ"

โตโต้จับบั้นเอวของภูมิบุญไว้เบียดร่างเข้าหาทันที ภูมิบุญเบี่ยงตัวออกแล้วหันมาทำตาเขียวใส่

"อยากโดนมีดบาดเหรอครับ"

"ฮ่าๆๆ ดูทำหน้าเข้า ก็พี่ตั้งใจดูอยู่นี่ครับ"

"ดูห่างๆก็ได้นี่ครับ"

"อ้าว พี่สายตาไม่ค่อยดีภูมิไม่รู้หรอกเหรอ"

โตโต้ยิ้มหัวเราะอย่างพอใจ แล้วท้าวคางลงกับแท่นกลางครัวที่ภูมิบุญกำลังหั่นมะเขืออยู่ พอหั่นมะเขือเสร็จก็เอาพริกมาหั่นเป็นริ้วๆ

"โอ๊ย แสบตา"

โตโต้กุมหน้าทันทีเมื่อภูมิบุญลงมือหั่นพริก

"สม อยากมาดูใกล้ดีนัก"

พูดออกมาเบาๆ แต่ท่าทางของโตโต้ทำให้ใจสั่นไหวไป

"ไปล้างก่อนครับ เห็นไหมบอกแล้วทำครัวไม่ใช่ง่าย"

ภูมิบุญจูงมือของโตโต้ไปที่อ่างล้างผักแล้วเปิดน้ำให้โตโต้ก้มหน้าลง วักน้ำใส่หน้า ภูมิบุญเดินไปเปิดตู้เย็นหยิบผ้าเย็นมาแกะพอโตโต้เงยหน้าขึ้นก็เช็ดให้

"ยังแสบอยู่ไหมครับ"

"อือ แสบจัง"

"อย่าเพิ่งลืมตานะครับ ทนเอาหน่อยเดี๋ยวก็หาย"

ภูมิบุญพูดแล้วเอาผ้าเย็นเช็ดตามใบหน้าและแถวขอบตา พลันโตโต้ก็เอื้อมมือขึ้นกุมมือของภูมิบุญเอาไว้ ใจสั่นไหวขึ้นมาพยายามจะชักมือออกแต่โตโต้ไม่ยอมปล่อย

"ภูมิ ให้พี่ดูแลภูมิเถอะนะ พี่ทนเห็นภูมิอยู่แบบนี้ไมได้"

ใจหลุดลอยสั่นไหวไปไกล ทำมันมันถึงสั่นไหวได้มากขนาดนี้นะ

"ใครกันแน่ที่กำลังดูแลใครอยู่"

ภูมิบุญพูดขึ้นเสียงขาดๆหายๆ โตโต้ยิ้มออกมาเห็นไรฟัน

"ฮ่าๆๆ นั่นสินะ งั้นภูมิอยู่ดูแลพี่คนเดียวแบบนี้ได้ไหม พี่มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ๆภูมิ"

ยังไม่ยอมหยุด ทุกคำพูดที่เอ่ยออกมาจากปากของภูมิบุญมันเป็นช่องทางไปได้เสมอสำหรับโตโต้ ภูมิบุญแม้จะหวั่นไหวไปมากแต่ก็พยายามดึงสติกลับคืนมาหันไปทำกับข้าวต่อ พอเสร็จจากการเก็บกวาดหลังทานอาหารก็กลับมาอาบน้ำเตรียมจะนอน แต่พอกลับเข้ามาในห้องน้ำก็ต้องผงะเพราะโตโต้นอนแผ่อยู่บนเตียงแล้ว

"พี่ เข้ามาทำไม"

ภูมิบุญร้องอกไปสีหน้าตื่นกลัว

"พี่ไม่อยากนอนคนเดียวอ่ะ นอนด้วยได้ไหม ฮ้าว ง่วงจัง"

เสแสร้งออกมา ภูมิบุญยืนนิ่ง

"ไม่ได้นะครับ ภูมิไม่สะดวกใจ พี่โต้กลับไปนอนที่ห้องเถอะ"

"ทำไมล่ะภูมิ ให้พี่นอนเป็นเพื่อนเถอะ"

ไม่พูดเปล่าลุกขึ้นมาดึงข้อมือภูมิบุญให้ล้มลงไปนอนบนเตียง โตโต้รีบขึ้นคร่อมทันที

"อย่านะ อย่าทำแบบนี้ภูมิขอร้อง"

"หือ ทำไมครับคนดี พี่ขอกอดหน่อยได้ไหม คิดถึงใจจะขาดอยู่แล้ว"

โตโต้เองก็ลืมเรื่องราวเก่าๆไปสิ้น ตัดสินใจแล้ว แต่ก่อนเคยเกลียดเขามากจนไม่อยากจะมองหน้า แต่ตอนนี้อยากได้หัวใจของคนที่กอดอยู่ในอกมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลกนี้ เขายอมสยบให้กับภูมิบุญคนเดียว มั่นใจแล้ว ปากก็พร่ำเพ้อพูดอะไรออกไปต่างๆนานา ครางอยู่แถวลำคอของภูมิบุญ สูดเอากลิ่นสบู่แรงๆเข้าปอด ภูมิบุญสั่นไหวสะท้านไปถึงใจ

"อย่าครับพี่โต้ ภูมิขอร้อง อย่าทำแบบนี้เลย"

"หือ ทำไมครับคนดี พี่ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ พี่แค่กอดเฉยๆ"

"กอดก็ไม่ได้"

"ทำไมจะกอดคนที่พี่รักไม่ได้"

โตโต้ถอนหน้าขึ้นจากลำคอของภูมิบุญจ้องมองเข้าไปในตาทั้งสอง ที่ฉายแววสั่นสะท้านตื่นกลัวอยู่ พอโดนจ้องตาหน้าถูกจับเอาไว้ไม่รู้จะหลบหรือเบือนไปทางไหน เขาจ้องมาก็จ้องตอบกลับไป อ่านสายตาภาษาใจที่เขาสื่อออกมา หวั่นเข้าไปถึงทรวง โตโต้ประทับริมฝีปากลงทันที ปากของภูมิบุญที่เผยอกำลังจะพูดออกมาโดนประทับแล้ว พยายามจะขัดขืนแต่ทำไมต้านแรงภายในใจไม่ได้ อ้าปากรับรอยจุมพิศอย่างเต็มใจ

"พอแล้ว ภูมิขอร้อง อย่าทำแบบนี้เลย"

น้ำตาเคลือบตาร้องออกมา ความในใจมันก็มีมากมายเหลือเกิน ยังไม่พร้อม ยังไม่อยากทำแบบนี้ ภูมิบุญผลักหน้าของเขาออก โตโต้ยิ้มพราวแล้วจูบหนักแน่นที่หน้าผาก

"พี่ไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้หรอกครับ พี่ขอกอดแค่นั้นเอง พี่จะรอจนกว่าภูมิจะพร้อมรับรักของพี่ พี่จะรอครับคนดี"

เสียงทุ้มบาดลึกลงไปในใจ ภูมิบุญเม้มปากหนักก่อนที่จะหันหลังให้เขากอดอย่างพอใจ เนิ่นนานแสนนานที่ใจฝ่ามรสุมมา ไม่อยากจะเปิดรับพายุรักลุกใหม่ ยังทำใจไม่ได้ วันก่อนเพิ่งจะร้องไห้คร่ำครวญเสียใจอยู่ มันเร็วไปไหมที่จะกระดี๊กระด๊ารับรักใหม่ ไม่รู้ คิดไม่ออก ไปไม่ถูก สับสนในหัว ไม่อยากจะรับเรื่องเหล่านี้เข้ามาถมไว้ในใจ ขอพักใจบ้างแม้สักนาที ขออยู่กับตัวเองบ้าง แม้สักเสี้ยววินาที แค่นี้จริงๆ